รีเซต

เผยงานวิจัย คนหลงเชื่อการสร้างข้อความของระบบ AI มากกว่า Deepfake

เผยงานวิจัย คนหลงเชื่อการสร้างข้อความของระบบ AI มากกว่า Deepfake
TNN ช่อง16
10 มีนาคม 2565 ( 13:43 )
79
เผยงานวิจัย คนหลงเชื่อการสร้างข้อความของระบบ AI มากกว่า Deepfake

ปฏิเสธไม่ได้ว่า เทคโนโลยี Deepfakes แม้ส่วนหนึ่งจะมีการใช้เพื่อความสนุกและสร้างความบันเทิงให้กับคนดู แต่เหรียญอีกด้านหนึ่งจะต้องไม่ลืมว่า ข้อความเพียงอย่างเดียวก็อาจทำให้คนส่วนใหญ่พร้อมที่จะหลงเชื่อกับข้อความนั้นได้แบบไม่รู้ตัว เรื่องนี้ทางด้านนักวิทยาศาสตร์จาก MIT Media Lab ได้ทำการสำรวจโดยใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ในการเข้ามามีส่วนในการทดสอบจิตวิทยาของผู้เข้าร่วม โดยที่มีการใช้ข้อความ, วิดีโอ, และเสียง จากนั้นผู้เข้าร่วมต้องทำการดูและวิเคราะห์ไปพร้อม ๆ กัน


เมื่อได้มีการฉายข้อความวิดีโอเพียงอย่างเดียว ผู้เข้าร่วมแบบสอบถามพอจับทางได้ว่า สิ่งที่ทางทีมงานได้ฉายนั้นเป็นของปลอม แต่เมื่อมีการเปิดฉายวิดีโอพร้อมกับข้อความซับไตเติ้ลขึ้นมา พวกเขาเริ่มมีความลังเลที่จะเชื่อว่า อันไหนจริง อันไหนปลอม และพวกเขาเริ่มมีแนวโน้มเชื่อมากขึ้นเมื่อมีการฉายภาพวิดีโอและเสียงพร้อม ๆ กัน


เรื่องนี้ทางด้านผู้ทำวิจัยได้มีการคุยกับผู้เข้าร่วมแบบสอบถามครั้งนี้ว่า รู้สึกอย่างไรบ้าง โดยพบว่า วิดีโอที่เกี่ยวกับบทสุนทรพจน์ทางการเมืองสามารถโน้มน้าวได้ดีกว่าข้อความที่ขึ้นมาเพียงอย่างเดียวที่ต้องมาทบทวนซ้ำใหม่ อย่างไรก็ตามก็อาจสรุปได้ว่า เทคโนโลยี Deepfake อาจไม่ได้ดูสมจริงไปเสียทั้งหมด เพราะเป็นเรื่องง่ายที่บางคนสามารถค้นหาที่มาที่ไปของภาพหรือวิดีโอได้


ทางด้านนักวิจัยได้ออกมาเตือนเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า อันตรายของวิดีโอเหล่านี้อาจไม่ได้มีการใช้กระบวนการทำ Deepfake ที่ซับซ้อนอะไรมากนัก ปกติแล้วจะเป็นการทำวิดีโอแบบเรียบง่ายและสามารถโน้มน้าวให้ผู้คนหลงเชื่อได้ เช่นเดียวกับกรณีที่มีเทคโนโลยี Deepfake ที่ใช้ใบหน้าของประธานาธิบดียูเครนที่ได้ประกาศยอมจำนนต่อประเทศรัสเซียแล้ว นักวิจัยบางคนรู้สึกกังวลกับการที่คนส่วนใหญ่มีการแชร์รูปภาพที่ดูเหมือนว่า พวกเขากำลังเข้าสู่สงครามรัสเซีย-ยูเครนในเวลานี้ แต่เอาจริง ๆ แล้วมันเป็นภาพเหตุการณ์ในอดีต


ข้อมูลจาก : thenextweb.com

ภาพจาก : Unsplash

ข่าวที่เกี่ยวข้อง