ครม.ไฟเขียวเพิ่มแจกเงินเยียวยาโควิด 5,000 บาท เป็น 14 ล้านคน

ครม.ไฟเขียวเพิ่มแจกเงินเยียวยาโควิด 5,000 บาท เป็น 14 ล้านคน
มติชน
21 เมษายน 2563 ( 17:19 )
3.4K
75
ครม.ไฟเขียวเพิ่มแจกเงินเยียวยาโควิด 5,000 บาท เป็น 14 ล้านคน

 ครม.เห็นชอบหลักการขยายกลุ่มเป้าหมายผู้ได้รับสิทธิของมาตรการชดเชยรายได้แก่ลูกจ้างของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จากเดิม 9 ล้านคน เป็น 14 ล้านคน

 

วันที่ 21 เมษายน นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการการขยายกลุ่มเป้าหมายผู้ได้รับสิทธิของมาตรการชดเชยรายได้แก่ลูกจ้างของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบหรือผู้ได้รับผลกระทบอื่นๆ ของการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ให้ครอบคลุมทั่วถึงผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จากเดิมจำนวน 9 ล้านคน เป็น 14 ล้านคน ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ สำหรับเรื่องงบประมาณ ให้กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณพิจารณาร่วมกันอีกครั้งถึงแหล่งเงินงบประมาณที่จะสามารถนำมาใช้ดำเนินการได้ทันการณ์

 

โดยสาระสำคัญ คือ เนื่องจากกระทรวงการคลังได้เปิดให้ผู้ได้รับผลกระทบลงทะเบียนตามมาตรการฯ และพบว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบมีมากกว่าที่ได้ประมาณการไว้ อีกทั้ง จากการรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับผู้เข้าข่ายได้รับสิทธิในการชดเชยรายได้ตามมาตรการฯ พบว่า ผู้ได้รับผลกระทบบางส่วนมีรายชื่อปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมหรือฐานข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แต่ประกอบอาชีพลูกจ้าง แรงงาน หรือประกอบอาชีพอิสระเป็นอาชีพหลัก

 

นางนฤมล กล่าวต่อว่าดังนั้น เพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง กระทรวงการคลังจึงเห็นสมควรเสนอทบทวนมติครม.เกี่ยวกับมาตรการฯ เนื่องจากมาตรการฯ กำหนดให้ชดเชยรายได้แก่ผู้ได้รับผลกระทบครั้งแรก ในเดือนเมษายน 2563 และในปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้างและทุกพื้นที่ จึงจำเป็นต้องเร่งให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ได้รับผลกระทบและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจไทยในอนาคต

 

กระทรวงการคลังขอเรียนว่า จากการเปิดให้ผู้ได้รับผลกระทบลงทะเบียนตามมาตรการฯ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม ถึงวันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 2563 เวลา 20.00 น. พบว่า ผู้ลงทะเบียนมีจำนวนรวม 27.76 ล้านคน ซึ่งมีจำนวนมากกว่าที่ได้ประมาณการไว้ อีกทั้ง จากการรับเรื่องร้องเรียนของผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการฯ พบว่า ผู้ได้รับผลกระทบบางส่วนมีรายชื่อปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม แต่ประกอบอาชีพลูกจ้าง แรงงาน หรือประกอบอาชีพอิสระเป็นอาชีพหลัก

 

ดังนั้น จึงเห็นควรให้ผู้ได้รับผลกระทบกลุ่มนี้ได้รับสิทธิตามมาตรการฯ ดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ หากผู้ได้รับผลกระทบกลุ่มดังกล่าวได้รับสิทธิตามมาตรการฯ แล้ว จะไม่สามารถขอรับความช่วยเหลือจากมาตรการใดๆ ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อีกต่อไป

 

” ผู้ได้รับผลกระทบบางกลุ่มปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลนักเรียน นักศึกษา แต่เป็นนักเรียน นักศึกษาไม่เต็มเวลา และประกอบอาชีพลูกจ้าง แรงงาน หรือประกอบอาชีพอิสระเป็นอาชีพหลัก ดังนั้น จึงเห็นควรให้ผู้ได้รับผลกระทบกลุ่มนี้ได้รับสิทธิตามมาตรการฯ ดังกล่าวด้วยเช่นกัน กระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว จึงเห็นสมควรเสนอทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับมาตรการฯ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง โดยขยายจำนวนผู้เข้าข่ายได้รับสิทธิของมาตรการฯ ให้ครอบคลุมทั่วถึงผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จากเดิมจำนวน 9 ล้านคน เป็น 14 ล้านคน” นางนฤมลกล่าว

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง