5 สวัสดิการเลี้ยงชีพสำหรับวัยสูงอายุ มีอะไรบ้าง ต้องเตรียมตัวอย่างไรเพื่อรับสวัสดิการ ? เช็คเลย! เมื่อผ่านช่วงชีวิตวัยทำงานมาสักพักก็แน่นอนว่าสิ่งนึงที่ทุกคนต้องคิดถึงเหมือน ๆ กัน ก็คือเรื่องของการเตรียมตัวก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุ หรือวัยเกษียณนั่นเอง เพราะในช่วงชีวิตดังกล่าวจะมีข้อจำกัดเกิดขึ้นกับเรามากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของสุขภาพ ซึ่งไม่เอื้ออำนวยให้เราลงแรงทำงานต่อได้แล้วนั่นเอง เราทุกคนจึงต้องเตรียมพร้อมที่จะสร้างสวัสดิการเลี้ยงชีพไว้ ก่อนที่ช่วงวัยสูงอายุจะมาถึงจริง ๆ ในบทความนี้เราจึงจะพากันมาทำความรู้จักกับสวัสดิการเลี้ยงชีพสำหรับวัยสูงอายุ 5 ตัว พร้อมแนวทางการเตรียมตัวเพื่อให้เรามีสิทธิรับสวัสดิการแต่ละแบบกัน 1. เงินบำนาญข้าราชการ สวัสดิการเลี้ยงชีพสำหรับวัยสูงอายุตัวแรกที่แน่นอนว่าต้องยกให้เป็นสวัสดิการเลี้ยงชีพสำหรับวัยสูงอายุ หรือวัยเกษียณที่ดีที่สุดเท่าที่ประเทศเรามี ณ ตอนนี้ก็คือเงินบำนาญข้าราชการนั่นเอง และแน่นอนว่าเงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้เราได้รับสวัสดิการตัวนี้เมื่อแก่ตัวไปก็คือ การที่เราต้องเข้ารับราชการ หรือบรรจุเป็นข้าราชการของหน่วยงานรัฐใด ๆ ก็ได้นั่นเอง ไม่เพียงเท่านั้น เรายังจะต้องมีอายุงานในการรับราชการมากกว่า 10 ปีขึ้นไปด้วย ซึ่งก็ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นการทำงานในหน่วยรัฐหน่วยงานเดียวเป็นระยะเวลาสิบปีต่อเนื่องเท่านั้น จะเป็นการโยกย้ายหน่วยงาน หรือตำแหน่งหน้าที่ไปมาก็ได้ เพียงแค่ให้ระยะเวลารับราชการรวมทั้งหมดครบ 10 ปี ก็พอ โดยอัตราเงินบำนาญข้าราชการที่จะได้รับนั้นจะนำเอาเงินเดือนเฉลี่ย(ขณะรับราชการ 60 เดือนสุดท้าย) มาคูณกับจำนวนปีที่รับราชการ และหารด้วย 50 โดยที่จำนวนเงินบำนาญสูงสุดที่ได้รับต่อเนื่องต้องไม่เกิน 70% ของเงินเดือน สรุปก็คือยิ่งรับราชการมานานก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะได้รับบำนาญสูงขึ้นตามอายุงานนั่นเอง 2. เงินบำนาญประกันสังคม สวัสดิการเลี้ยงชีพผู้สูงอายุตัวต่อมานับเป็นสวัสดิการเลี้ยงชีพพื้นฐานสำหรับคนทำงานเอกชนก็ว่าได้ ซึ่งก็คือสวัสดิการบำนาญประกันสังคมที่คนทำงานเอกชนจ่ายเงินสมทบโดยการหักผ่านนายจ้างทุกเดือนนั่นเองโดยเงินบำนาญประกันสังคมนี้จะได้รับเมื่อเรามีอายุ 55 ปีขึ้นไป โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือเราจะต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมมาแล้วไม่น้อยกว่า 15 ปี หรือ 180 เดือน นั่นเอง โดยอัตราการจ่ายเงินบำนาญประกันสังคมสูงสุดจะอยู่ที่ 20% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย 3. เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ มากันที่สวัสดิการสำหรับวัยสูงอายุที่รัฐจ่ายให้แก่ประชาชนทุกคนแบบไม่เลือกกลุ่มอาชีพกันบ้าง ซึ่งก็คือสวัสดิการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุนั่นเอง โดยเงื่อนไขเดียวที่จะเข้าเกณฑ์เป็นผู้ได้รับสวัสดิการตัวนี้ก็คือ การมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปนั่นเอง โดยอัตราการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุนั้นจะปรับขึ้นเป็นขั้นบันไดตามอายุ ประชาชนที่มีอายุ 60-69 ปี ได้รับเดือนละ 600 บาท ประชาชนที่มีอายุ 70-79 ปี ได้รับเดือนละ 700 บาท ประชาชนที่มีอายุ 80-89 ปี ได้รับเดือนละ 800 บาท และประชาชนที่มีอายุ 90 ปีขึ้นไป ได้รับเดือนละ 1,000 บาท สำหรับการเตรียมตัวเพื่อรับสวัสดิการตัวนี้ก็ต้องบอกว่าแทบไม่ต้องทำอะไรเลย เพียงแค่รออายุครบ 60 ปี ก็สามารถยื่นลงทะเบียนขอรับเงินยังชีพผู้สูงอายุกับทางปกครองท้องถิ่น เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ได้เลย เท่านี้เงินก็จะเข้าบัญชีให้เราอัตโนมัติทุกเดือน 4. เงินบำนาญกอช.(กองทุนการออมแห่งชาติ) มากันที่สวัสดิการเลี้ยงชีพที่เหมาะสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระกันบ้าง ซึ่งก็คือในส่วนของเงินบำนาญกอช. ที่ทางกอช.จะจ่ายให้แก่สมาชิกกองทุนฯเมื่ออายุครบ 60 ปีขึ้นไปนั่นเอง โดยเงินบำนาญที่จะได้รับแต่ละเดือนจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินออมที่เราออมไว้กับกองทุนฯนั่นเอง ซึ่งเงินที่ทางกอช.จะนำมาคำนวณจ่ายเป็นบำนาญให้กับสมาชิกที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปนี้ก็จะเป็นเงินออมของสมาชิกเอง+เงินสมทบจากรัฐ+ดอกผลของกองทุน โดยจะจ่ายในจำนวนไม่ต่ำกว่าเดือนละ 600 บาท แต่ข้อดีของเงินบำนาญกอช.นี้ก็คือ แม้ว่าทางกองทุนจะควักเงินออมของเรามาจ่ายให้เราจนเงินออมส่วนของเราหมดไปแล้ว แต่กองทุนก็จะยังคงจ่ายบำนาญให้เราต่อไปเรื่อย ๆ ในอัตราเท่าเดิมตลอดชีวิตเลยนั่นเอง 5. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มากันที่สวัสดิการเลี้ยงชีพสำหรับวัยสูงอายุอีกตัวนึงที่ต้องบอกว่าอาจจะเหมาะสำหรับคนที่ต้องการเงินก้อนไปตั้งตัวเมื่อเกษียณอายุงานไปกันบ้าง ซึ่งก็คือในส่วนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ PVD นั่นเอง โดยเงื่อนไขหลัก ๆ ที่จะทำให้เราได้รับเงินก้อน หรือบำเหน็จคืนจากกองทุนเพื่อนำไปตั้งตัวหลักเกษียณอายุงานไปก็คือ ต้องมีอายุ 55 ขึ้นไป และเป็นสมาชิกกองทุนฯมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ปี โดยเงินที่เราจะได้รับคืนนั้นก็จะมีทั้งส่วนของเงินสมทบที่เราส่งเองทุกเดือน เงินสมทบส่วนของนายจ้าง และดอกผลเพิ่มเติมจากกองทุน อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่อายุครบ 55 ปีแล้ว แต่ยังไม่ประสงค์จะนำเงินก้อนออกมาใช้ ก็สามารถคงอายุสมาชิกกองทุนฯต่อไปได้ ซึ่งหากกองทุนฯสามารถสร้างดอกผลจากเงินทุนได้เพิ่มก็จะทำให้เงินของเราโตเพิ่มตามไปด้วยอีก ณัฐ ณัฐนันท์ ภาพปก/ภาพประกอบ โดยผู้เขียน (Tools Design Canva, ChatGPT) เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !