ชีวิตในเมืองใหญ่ ข้องแวะเจอะเจอกับผู้คนหลากหลาย ต่างคนต่างรีบเร่งจนสนใจแต่ตัวเอง คุณคงเคยปะทะกับความหยาบคายของคนรอบข้างมาบ้างแน่ ๆวันก่อนฉันไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ถูกคนรีบร้อนเข็นรถเข็นพุ่งเข้าใส่จนฉันต้องกระโดดหลบ เดินไปอีกจุดเจอคนฟาดตะกร้ามาโดนแล้วไม่ขอโทษ หนีไปยืนเลือกของอีกมุม เด็กสาวหน้าตาดียืนพูดคุยกับเพื่อนใกล้ ๆ จู่ ๆ ก็ยกขาขึ้นแกว่งเล่นไปมาโดยไม่สนใจว่าจะโดนเราที่ยืนอยู่เจอคนมารยาทไม่ดีแบบนี้ซ้ำ ๆ ในวันเดียวกัน แม้ฉันจะพยายามระงับสติอารมณ์ไม่วีนใส่ แต่ก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่าจะทนได้นานเท่าไหร่กันคุณต้องเคยบ้างล่ะ ชอบเปิดประตูเผื่อคนข้างหลังที่เดินตามมา ปรากฏว่าทุกคนเดินทอดน่องผ่านคุณเข้าประตูไป ไม่มีใครสักคนคิดที่จะรับประตูต่อจากคุณ วินาทีที่คุณอดทนยืนเปิดประตูให้คนแล้วคนเล่าผ่านไป คุณแอบนึกอยากจะปล่อยประตูใส่หน้าใครสักปังหลายครั้งเอื้อเฟื้อคนแปลกหน้าด้วยความสุภาพ แต่กลับเจอกิริยาเฉยชาใส่ เคยมีสักขณะจิตไหม ที่คุณรู้สึกอยากเลิกมีน้ำใจแบบถาวรเรื่องนี้ฉันก็เคยแอบคิดในใจ สถานการณ์บางอย่างทำให้เบื่อที่จะ “ไนซ์” อยากเปลี่ยนตัวเองเป็นคนหยาบคายโต้ตอบบ้างไม่ใช่แค่โควิด-19 ที่เป็นโรคระบาด ความหยาบคายก็สามารถแพร่เชื้อต่อกันได้ ถ้าทุกวันคุณเจอคนกิริยาหยาบคาย วันหนึ่งคุณก็จะเริ่มกลายเป็นคนหยาบคายตามไปอีกหนึ่งคน มีงานวิจัยอย่างน้อย 3 ชิ้นที่พบว่า ความเย็นชาและพฤติกรรมหยาบคาย เป็นสิ่งที่ระบาดต่อกันได้ในสังคมดังนั้น ถ้าไม่อยากจิตหลุดกลายเป็นคนหยาบคาย ต้องมีสติรู้ตัวให้ทันให้ได้ แล้วรีบเตือนใจตัวเราดังนี้1) ความหยาบคายของคนอื่นไม่เกี่ยวอะไรกับคุณบางครั้งคนเราก็แสดงวาจาหรือกิริยาหยาบคายออกมาเพราะความโกรธ มันเป็นปัญหาการจัดการอารมณ์ของเขา เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณ เขาไม่ได้ทำเพราะจงเกลียดจงชังคุณ แต่อาจทำเพราะ “ขึ้นง่าย” “วีนง่าย” หรือเป็นคนที่อัตตาสูงแตะต้องไม่ได้อยู่แล้ว คุณแค่บังเอิญไปกระตุ้นความรู้สึกไม่พอใจ เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณเลยคนบางคนก็ช่างอ่อนไหว ปุ่มไม่พอใจทำงานไวเกินเหตุ คนขี้โวยวายอาจจะเป็นคนที่มีเกราะป้องกันตัวเองสูงมาก หรือคุณอาจโชคไม่ดีไปเจอคนที่มีอาการเจ็บป่วยทางใจซึ่งสติหลุดได้ง่าย บางคนอาจกำลังเครียดเรื่องส่วนตัวอยู่ก็ได้ถึงมาลงที่คุณ2) หลีกเลี่ยงการโต้ตอบแบบเดียวกัน คุณทำได้ดีกว่านั้นมากบางครั้งคุณโดนคนแย่งที่จอดรถไปดื้อ ๆ คุณอาจโกรธจัดจนตัดสินใจจอดซ้อนคันมันเสียเลย พูดง่าย ๆ เจอคนทำเฮงซวยใส่ คุณก็เลยแก้แค้นด้วยการทำเฮงซวยกลับไปในระดับเดียวกันสิ่งที่เกิดขึ้นคือคุณสร้าง “คนเฮงซวย” คนใหม่ขึ้นมาในโลก ที่แย่กว่านั้นคือ การที่เขาทำหยาบคายใส่คุณอาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ที่คุณหยาบคายกลับไปน่ะคุณตั้งใจ 100%อะไรจะเกิดขึ้นถ้าฉันโดนคนเข็นรถเข็นพุ่งใส่จนต้องกระโดดหลบ ด้วยความโกรธฉันจึงเข็นตามไปแกล้งชนเขาบ้าง เมื่อความคิดอยากแก้แค้นผุดขึ้นมาในสมอง ฉันจะพยายามสังเกตความคิดลบของฉันให้ทัน แล้วบอกตัวเองว่า “ฉันทำได้ดีกว่านั้นมาก” 3) ให้คุณทำในสิ่งตรงข้ามไปเลย คนขับรถเบียดมาจะปาดเข้าเลนคุณ แทนที่จะ “อย่าหวังเลยแก” แล้วพุ่งเบียดมันออกไป ให้คุณทำในสิ่งตรงข้ามกับที่คุณคิดในใจ เช่น เปิดทางให้แล้วพูดว่า “อยากไปก็ไปเลยจ้ะ” บางทีคนขับอาจไม่ได้ตั้งใจ เขาจะหันมาโบกมือขอบคุณเพราะคุณแสดงความ “ไนซ์” แบบที่เขาคาดไม่ถึงฉันเคยเจอพนักงานขายที่พูดจาตวาดใส่ แม้ความโกรธจะพุ่งพรวดขึ้นมาเพียงใด สิ่งที่ฉันโต้ตอบไปคือ “ขอบคุณมากนะคะ” ด้วยน้ำเสียงที่ดีที่สุดเท่าที่จะฝืนทำได้ ฉันเลือกที่จะโต้ตอบความหยาบคาย ด้วยการสอนเขาว่าความสุภาพเป็นยังไงด้วยการกระทำให้ดูเราเปลี่ยนโลกและมนุษย์ที่เราเจอไม่ได้ แต่สิ่งที่เราช่วยได้ คือการไม่สร้าง “คนเฮงซวย” ขึ้นมาใหม่อีกคนในโลกอภัยให้คนที่แสดงมารยาทไม่ดี ด้วยการแสดงมารยาทดีกลับไปเสมอในเมื่อพฤติกรรมไม่ดียังแพร่เชื้อต่อกันได้ ฉันเชื่อว่าพฤติกรรมดีก็ต้องแพร่เชื้อต่อกันได้เช่นเดียวกัน!Cover Photo by Adi Goldstein on UnsplashPhoto by Icons8 Team on UnsplashImage by ashish choudhary from PixabayImage by Robin Higgins from PixabayPhoto by Andrea Piacquadio from Pexels