ใกล้วันหยุดยาวทีไร นอกจากจะตื่นเต้นเรื่องจะไปเที่ยวไหนดีแล้ว อีกเรื่องที่หนักใจไม่แพ้กันคือ "รถจะติดไหมวะเนี่ย" โดยเฉพาะขาออกกรุงเทพฯ หรือเส้นทางไปต่างจังหวัดยอดฮิต ที่บางทีขับกันเป็นชั่วโมงแทบไม่ได้ขยับล้อ ทั้งที่จริง ๆ แล้ว Google Maps ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันเนี่ย มีฟีเจอร์ซ่อนอยู่เพียบที่ช่วยให้เราวางแผนเลี่ยงรถติดได้ตั้งแต่ก่อนออกจากบ้าน วันนี้เลยจะมาแชร์วิธีตั้งค่าแบบละเอียดยิบ ทำตามได้เลยไม่ยาก รับรองว่าทริปหน้าจะเดินทางง่ายขึ้นเยอะ วิธีตั้งค่า Google Maps พร้อมทริคเล็ก ๆ ที่มือใหม่ต้องรู้ เปิดเลเยอร์แสดงสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ ฟีเจอร์พื้นฐานที่สุดแต่หลายคนอาจไม่เคยสังเกต คือการเปิดดูสีเส้นถนนที่บอกสภาพจราจร ซึ่งจะแบ่งเป็นสีเขียว (รถไหลลื่น) สีส้ม (เริ่มติด) และสีแดง (ติดหนัก) ตั้งค่าได้ตามนี้ 1. เปิดแอป Google Maps 2. แตะไอคอนชั้นข้อมูล (Layers) ที่มุมขวาบนของหน้าจอ 3. เลือก "การจราจร" (Traffic) แค่นี้แผนที่ก็จะแสดงสีเส้นถนนให้เห็นทันที ทำให้เราพอเดาออกว่าเส้นทางไหนกำลังแน่น ควรเลี่ยง หรือควรรอเวลาก่อนออกเดินทาง ตั้งค่าเส้นทางแบบเลี่ยงทางด่วนหรือค่าผ่านทาง บางครั้งทางด่วนที่ Google Maps แนะนำอาจไม่ใช่ทางที่ดีที่สุดเสมอไป โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวที่รถแห่กันขึ้นทางด่วนพร้อมกันจนกลายเป็นคอขวด ใครที่อยากลองเส้นทางอื่น หรือไม่อยากเสียค่าผ่านทาง ตั้งค่าได้ตามนี้ 1. ใส่จุดหมายปลายทางที่ต้องการไป 2. กด "เส้นทาง" (Directions) 3. แตะปุ่ม Filter 4. ติ๊กเลือกช่อง "เลี่ยงทางด่วน" และ/หรือ "เลี่ยงค่าผ่านทาง" ตามที่ต้องการ เมื่อเลือกแล้ว Google Maps จะคำนวณเส้นทางใหม่ให้ทันที ซึ่งอาจใช้เวลานานขึ้นนิดหน่อย แต่บางทีก็ช่วยให้เลี่ยงจุดที่รถติดสาหัสได้จริง โดยเฉพาะช่วงขาเข้า-ขาออกด่านเก็บเงินที่คนแน่นเป็นพิเศษ ปักหมุดจุดแวะพักระหว่างทาง เดินทางไกลทั้งที ใครจะไม่แวะปั๊มน้ำมัน แวะหาข้าวกิน หรือแวะเข้าห้องน้ำบ้าง ฟีเจอร์เพิ่มจุดแวะระหว่างทางช่วยให้วางแผนทริปได้ครบจบในที่เดียว สามารถตั้งค่าได้ตามนี้ 1. ตั้งจุดหมายปลายทางตามปกติ 2. แตะไอคอน Add Stop 3. ค้นหาสถานที่ที่อยากแวะ เช่น ปั๊มน้ำมัน ร้านอาหาร จุดพักรถ แล้วเพิ่มเข้าไปในเส้นทาง ข้อดีคือ Google Maps จะคำนวณเวลาถึงจุดหมายใหม่ให้เราเห็นทั้งเส้นทาง ทำให้วางแผนเวลาออกเดินทางได้แม่นยำขึ้น ไม่ต้องมานั่งเดาเองว่าจะถึงกี่โมง เช็กเวลาที่ควรออกเดินทางล่วงหน้า อีกทริคที่มือใหม่มักมองข้าม คือการดูช่วงเวลาที่รถติดน้อยที่สุดก่อนวางแผนออกเดินทาง วิธีดูคือหลังจากตั้งเส้นทางแล้ว ให้กดเลือก "ออกเวลา" หรือ "ถึงก่อน" แล้วลองปรับเปลี่ยนเวลาไปมาดูว่าช่วงไหนใช้เวลาเดินทางสั้นที่สุด ตัวแอปจะประเมินระยะเวลาให้ตามข้อมูลการจราจรที่เคยเกิดขึ้นจริง ทำให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าจะออกจากบ้านตอนเช้ามืดหรือรอให้พ้นช่วงเร่งด่วนไปก่อนดี ดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์ไว้กันเหนียว สำหรับใครที่ต้องขับผ่านเส้นทางที่สัญญาณมือถือไม่ค่อยดี เช่น เขา หรือพื้นที่ห่างไกล แนะนำให้โหลดแผนที่ออฟไลน์เก็บไว้ล่วงหน้า เข้าไปที่เมนู "แผนที่ออฟไลน์" ในแอป แล้วเลือกพื้นที่ที่ต้องการเดินทางผ่าน จะได้อุ่นใจว่าต่อให้เน็ตหลุด ก็ยังนำทางต่อได้ไม่หลง สรุปง่าย ๆ ว่าแค่เปิดเลเยอร์เช็กสภาพจราจร ลองปรับตัวเลือกเลี่ยงทางด่วนหรือค่าผ่านทาง ปักหมุดจุดแวะพักที่อยากไป และเช็กเวลาที่เหมาะสมก่อนออกเดินทาง เท่านี้ก็ช่วยลดความเสี่ยงเจอรถติดยาว ๆ ในวันหยุดได้เยอะแล้ว ทริปหน้าลองเอาไปปรับใช้กันดูนะ รับรองเดินทางสบายใจขึ้นแน่นอน Q&A วิธีการเปิดโหมดแสดงสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ทำอย่างไร ? A : แค่แตะไอคอนชั้นข้อมูล (Layers) ที่มุมขวาบนของแอป แล้วเลือก "การจราจร" ระบบจะแสดงสีเขียว ส้ม แดง บนถนนให้เห็นทันทีว่าจุดไหนรถไหลลื่นหรือติดหนัก ฟังก์ชันหลีกเลี่ยงทางด่วนหรือค่าผ่านทางเหมาะกับการเดินทางแบบไหน ? A : เหมาะกับคนที่ไม่รีบมาก หรือรู้ว่าช่วงทางด่วนกำลังแน่นเป็นพิเศษ เพราะเส้นทางปกติบางช่วงอาจใช้เวลาไม่ต่างกันมาก แถมยังประหยัดค่าผ่านทางไปได้อีกด้วย สามารถตั้งเวลาออกเดินทางล่วงหน้าเพื่อดูคาดการณ์รถติดได้ไหม ? A : สามารถทำได้ หลังตั้งเส้นทางแล้วให้เลือก "ออกเวลา" หรือ "ถึงก่อน" แล้วลองปรับเวลาไปมา แอปจะประเมินระยะเวลาการเดินทางให้ตามข้อมูลจราจรที่เคยเกิดขึ้น ช่วยให้เลือกเวลาออกเดินทางที่ดีที่สุดได้ง่ายขึ้น เครดิตรูปภาพทั้งหมดโดย ponydiary เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !