ตร.มึนตึ้บ คดีแม่บ้านเก็บเงินคืน ถูกแจ้งลักทรัพย์4หมื่น ถามกลับ เงินเยอะทำไมไม่รีบแจ้งความ

ตร.มึนตึ้บ คดีแม่บ้านเก็บเงินคืน ถูกแจ้งลักทรัพย์4หมื่น ถามกลับ เงินเยอะทำไมไม่รีบแจ้งความ
มติชน
3 กุมภาพันธ์ 2564 ( 19:28 )
40
ตร.มึนตึ้บ คดีแม่บ้านเก็บเงินคืน ถูกแจ้งลักทรัพย์4หมื่น ถามกลับ เงินเยอะทำไมไม่รีบแจ้งความ

วันนี้ 3 ก.พ.64 ผู้สื่อข่าวประจำ จ.ปราจีนบุรี รายงานคืบหน้ากรณี กรณีแม่บ้านโรงแรมดังในนิคม อุตสาหกรรม 304 อ.ศรีมาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เก็บถุงผ้าพบโทรศัพท์กับบัตร เอทีเอ็ม พร้อมเงิน 200 บาท ส่งคืน แต่ถูกแจ้งความกลับ มอบทรัพย์สินไม่ครบ ขาดเงินอีก 4 หมื่นบาท

 

จากกรณีดังกล่าวที่ถูกเผยแพร่ทำให้วันนี้ (3ก.พ.) มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก ลงพื้นที่ปักหลักติดตามหาข้อเท็จจริง ในเรื่องที่เกิดขึ้น พบนางผ่องศรี จันทร์สืบ ผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหาเพราะเป็นคนเก็บถุงโทรศัพท์ พร้อมบัตรเอทีเอ็ม กับเงินสดอีก 4 หมื่นบาท ที่นาย พยม พนมบวน เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.ศราวุธ ศิลป์สาย ร้อยเวรสอบสวน เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 64 เวลา 11.00 น.ซึ่งเป็นการแจ้งหลังทรัพย์สินดังกล่าวหายตั้งแต่ 19.30 น.คืนวันที่ 21 ม.ค. 2564

 

โดยการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด หน้าหมู่บ้านสุกัญญาปาร์ค 2 ซอยบุยายใบ ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี โดยที่วันนี้ นางผ่องศรี ได้ชี้จุดที่พบถุงตกในขณะที่กำลังยืนโทรศัพท์อยู่ข้างบ้านก่อน ที่จะนำมาเปิดดูพบในถุงมีโทรศัพท์สองเครื่องกับบัตร เอทีเอ็ม และเงินสด 200 บาท ก่อนที่จะนำไปเก็บไว้เพื่อรอเจ้าของมาถามหา โดยขณะเกิดเหตุมีผู้เห็นหลายคน

 

ต่อมาเวลา 11.00 น.วันที่ 22 ม.ค. 2564 ตำรวจ สภ.ศรีมหาโพธิ เรียกนางผ่องศรี ไปพบเนื่องจาก นาย พยม พนมบวน เข้าแจ้งความว่าของหายและพบว่า นางผ่องศรี เป็นเก็บไปโดยการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด เมื่อมาพบกัน ทางร้อยเวรเปิดให้ทั้งสองฝ่ายเจรจาพูดคุย

 

สุดท้ายทางนางผ่องศรี ได้นำทรัพย์สินที่อยู่ในถุงผ้า คืนโดยนายพยม พนมบวน รับกลับไปเป็นที่เรียบร้อย แต่ต่อมาหลังจากนั้น นางผ่องศรีกลับถูกเรียกไปพบร้อยเวรอีกครั้งเนื่องจาก นายพยม พนมบวน แจ้งว่านางผ่องศรี ส่งคืนทรัพย์สินไม่ครบเนื่องจากในถุงดังกล่าวมีเงินสด 4 หมื่นบาท ที่ตนเตรียมจะนำไปเข้าธนาคารแต่มาทำหล่นหายเสียก่อน และภาพจากกล้องเห็นว่า นางผ่องศรีเป็นคนมาหยิบไป

 

ทางด้านนางผ่องศรี ยืนยันว่าในถุงไม่มีเงินสด 4 หมื่น แต่มีแค่ 200 บาท แต่เนื่องจากกลัวความผิดที่เก็บแล้วไม่นำไปส่งคืนหรือแจ้งตำรวจอาจมีความผิด ในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน จนต้องดิ้นรนหาหยิบยืมเงินทางเพื่อจะนำมามอบให้นายพยม เพื่อให้เรื่องยุติ แต่หามาได้แค่ 2 หมื่นบาท

 

ทางนายพยม ลดให้เหลือ 3 หมื่นบาท แต่ต้องจ่ายในวันที่ 2 ก.พ. 64 เวลา 09.00 โดยประมาณ สุดท้ายไม่สามารถลงกันได้ตามนัด

 

นางผ่องศรี เอะใจว่า ถ้าของมีค่าหายจริง ทำไมไม่รีบมาแจ้งความตั้งแต่เกิดเหตุ แต่นี่ปล่อยเวลาล่วงเลยมาจนถึง 11 นาฬิกาอีกวัน หลังขอดูกล้องวงจรปิด และไม่เชื่อว่า เงินที่นาย พยม อ้างว่าเก็บไว้ที่ๆนอนจะเก็บไว้มากขนาดนั้น จึงไม่เชื่อว่าเงินหาย 4 หมื่นจริง จึงขอให้ทางร้อยเวร เจ้าของคดี สอบสวนเพิ่มเติมพร้อมกับขอให้ทางนายพยม ยืนยันหาที่มาของเงินทั้งหมดว่ามีจริงไม่ใช่มาอ้างหลังมีคนมาพบถุงดังกล่าว ตามที่ได้นำเสนอรายละเอียดก่อนหน้านี้ นั้น

 

คืบหน้าล่าสุด เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (3ก.พ.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ หอพักลัดดา ที่นายพยม อ้างว่าทางบริษัท เช่าไว้ให้พัก แต่ปรากฏว่า ทางเจ้าของหอปฏิเสธไม่รู้จักและเมื่อสอบถามไปยังผู้เช่าที่ถูกอ้างก็ปฏิเสธว่าไม่มีพนักงานชื่อนี้

 

ทางด้าน พ.ต.อ.วิวัฒน์ พิสิษฐ์ศักดิ์ ผกก.ศรีมหาโพธิ เปิดเผยว่า ทางพนักงานสอบสวนได้รับคดีไว้และอยู่ในระหว่างการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ว่าใครผิดใครถูก ส่วนที่สองฝ่ายจะพูดคุยทำความตกลงก็มีโอกาส พูดคุยกันได้ ทางตำรวจขอเวลาอีก 2 อาทิตย์ ก็น่าจะสรุปได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง