ในการทำการทดลองวิทยาศาสตร์ที่หลายคนน่าจะเคยเรียนกันตั้งแต่ประถม จะมีสิ่งที่มักถูกมองข้ามแต่มีความสำคัญไม่น้อย ลักษะกลม ๆ เป็นยางสีออกแดงส้ม นั่นคือ “ยางบอลเป่าลมบิวเรต” ที่มีหน้าที่ง่ายแสนง่ายอย่างการเป่าลมออกมา และดูดลมกลับเข้าไป แต่กลับช่วยเราในการทดลองได้มหาศาล เราพาคุณไปทำความรู้จักกับยางบอลเป่าลมกัน ยางบอลเป่าลมคืออะไร? ยางบอลเป่าลม (Rubber Bulb) มักใช้ร่วมกับบิวเรต ซึ่งเป็นเครื่องมือในการไตเตรท (Titration) ในห้องปฏิบัติการเคมี ยางบอลนี้มีลักษณะเป็นทรงกลม มีรูสำหรับการควบคุมการไหลของอากาศหรือของเหลว การใช้ยางบอลช่วยในการควบคุมปริมาณของสารละลาย นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการหกของสารเคมีที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งานบิวเรต ย้อนรอยอดีต แล้วก่อนหน้านี้เค้าใช้อะไรกัน ? ก่อนที่จะมีการใช้ยางบอลเป่าลม การใช้ปากดูด (mouth pipetting) เป็นวิธีการที่นักวิทยาศาสตร์ใช้ในการดูดสารละลายเข้าสู่ปิเปตหรือบิวเรต วิธีนี้แม้จะดูเรียบง่าย แต่แน่นอนว่ามันอันตราย! การใช้ปากดูดทำยังไง นักวิจัยใช้ปากสร้างแรงดูดเพื่อให้สารละลายเคลื่อนที่จากภาชนะหรือบิวเรตเข้าสู่ปิเปต โดยนักวิจัยจะใช้ปากดูดอากาศออกจากหลอดปิเปตเพื่อสร้างสุญญากาศ ทำให้สารละลายสามารถไหลเข้าสู่ปิเปตได้ ทำไมถึงเป็นวิธีการที่นิยมในอดีต เพราะการใช้ปากดูดเป็นวิธีที่ง่ายและไม่ต้องการอุปกรณ์เพิ่มเติม วิธีการนี้เลยเป็นทางเลือกที่สะดวก โดยเฉพาะในช่วงที่เทคโนโลยียังไม่พัฒนามากนัก ความเสี่ยงของการใช้ปากดูด การใช้ปากดูดสารละลายมีความเสี่ยงสูงเพราะสารเคมีบางชนิดมีพิษหรือเป็นกรด-เบสที่มีความเข้มข้นสูง เช่น สารกรดเข้มข้นอาจทำให้เกิดแผลไหม้ หรือสารพิษอาจถูกดูดเข้าสู่ร่างกายทางปาก ทำให้นักวิจัยบางคนได้รับผลกระทบต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง การเข้ามาของยางบอลเป่าลม การใช้ปากดูดเริ่มหายไปจากห้องทดลองในช่วงทศวรรษ 1970 เมื่อยางบอลเป่าลมบิวเรตเริ่มได้รับความนิยม มันก็กลายเป็นมาตรฐานใหม่ในห้องปฏิบัติการได้อย่างรวดเร็ว การใช้งานยางบอลเป่าลมช่วยให้นักวิจัยสามารถดูดและปล่อยสารละลายเข้าสู่บิวเรตได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องสัมผัสสารเคมีโดยตรง ความแม่นยำในการควบคุมการไหลของสารละลายทำให้การทดลองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำมากขึ้น แต่เชื่อหรือไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ยังมีรายงานว่าการใช้ปากดูดยังคงพบอยู่ในบางประเทศ เช่น ในปี 2008 และ 2012 มีการสำรวจพบว่านักวิจัยในไนจีเรีย 10% และปากีสถาน 28.3% ยังคงใช้วิธีนี้อยู่ พัฒนาการจากปากสู่เครื่องมืออัตโนมัติ การพัฒนาอุปกรณ์ในห้องทดลองไม่ได้หยุดอยู่แค่ยางบอลเป่าลม แต่ยังต่อยอดไปสู่การใช้เครื่องดูดปิเปตแบบไฟฟ้าและอุปกรณ์อัตโนมัติ อุปกรณ์เหล่านี้ช่วยลดความยุ่งยากในการทำงาน ไม่ต้องกังวลกับการควบคุมปริมาณสารละลายด้วยมือ ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในห้องปฏิบัติการที่ต้องการความแม่นยำสูง สามารถปรับระดับความแรงในการดูดสารได้ ทำให้สามารถดูดสารละลายที่มีความเข้มข้นแตกต่างกันได้อย่างเหมาะสม แม้ว่าเทคโนโลยีการดูดสารละลายในห้องปฏิบัติการจะพัฒนาไปมากแล้ว แต่ยางบอลเป่าลมบิวเรตยังคงเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยม ราคาถูก เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพ ทำให้นักวิจัยสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำในทุก ๆ การทดลอง การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีดั้งเดิมกับอุปกรณ์สมัยใหม่ช่วยให้การทดลองทางวิทยาศาสตร์สามารถดำเนินไปอย่างมั่นคงและปลอดภัย เครดิตภาพ ไก่อหังการ เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !