ADVANCควงพันธมิตร ปั้นโซลูชั่น5Gบุกโรงงาน

ADVANCควงพันธมิตร ปั้นโซลูชั่น5Gบุกโรงงาน
ทันหุ้น
5 สิงหาคม 2564 ( 02:00 )
11
ADVANCควงพันธมิตร ปั้นโซลูชั่น5Gบุกโรงงาน

 

ทันหุ้น – ADVANC ผนึกพาร์ตเนอร์ "มิตซูบิชิ-TKK” ปั้นโมเดลโซลูชั่นอุตสาหกรรม หวังขยายฐานโรงงานรับทรัพย์ พร้อมเดินหน้าทุ่มงบ 3 หมื่นล้านบาท พัฒนาโครงข่าย 5G ต่อเนื่อง โบรกมองไตรมาส 3/2564 กำไรหลักยังเติบโตรับความต้องการใช้บริการที่ขยายตัว แนะซื้อลงทุน เป้าหมาย 225 บาท

 

นายธนพงษ์  อิทธิสกุลชัย หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC เปิดเผยว่า บริษัทได้มีการลงนาม (MOU) ระหว่าง บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค แฟคทอรี่ ออโตเมชั่น (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ทีเคเค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (TKK) เพื่อต่อยอดเทคโนโลยีแบบ Total Industrial Solution ด้วย e-F@ctory หวังขยายฐานลูกค้าในส่วนของโรงงานและอุตสาหกรรมต่างๆ และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในอนาคตเพิ่มเติม

 

ทั้งนี้ทาง ADVANC จะทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการโครงข่าย 5G, ระบบคลาวด์เซอร์วิส และอื่นๆ เกี่ยวข้อง ขณะที่ มิตซูบิชิ อีเล็คทริค แฟคทอรี่ ออโตเมชั่น ซึ่งเป็นพันธมิตรในการนำโซลูชั่น Smart Manufacturing มาใช้งานบนเครือข่าย 5G พัฒนาการทำงานในโรงงานต่างๆ ดังเช่นในส่วนของ บริษัท เอส เอ็น ซีฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกันในช่วงต้นปีที่ผ่านมา

 

ส่วน TKK นั้นมีความเชี่ยวชาญในการจำหน่ายและดำเนินการใช้งานสินค้าในระบบควบคุมการผลิตอัตโนมัติในโรงงาน เพื่อนำเสนอโซลูชั่น e-F@ctory ที่พร้อมให้บริการและยกระดับการผลิตด้วย Smart Manufacturing ที่ใช้งานได้จริงบนเครือข่าย 5G ของบริษัทที่จะเสริมประสิทธิภาพ ทั้งการเพิ่มคุณภาพ ลดต้นทุนการผลิต, เพิ่มความเร็วและความปลอดภัยของข้อมูลด้วย

 

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันบริษัทมีโครงข่าย 5G ที่ครอบคลุมในประเทศไทยทั้งหมด 77% และหากนับเฉพาะในพื้นที่แถบระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (EEC) นั้นมีการให้บริการครอบคลุมสูงถึง 95% รวมทั้งยังคงมีการพัฒนาศักยภาพของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

 

*ทุ่มงบอัพโครงข่าย 5G

โดยปีนี้ทาง ADVANC มีแผนทุ่มเงินลงทุนราว 2.5-3.0 หมื่นล้านบาท เพื่อลงทุนพัฒนาโครงข่าย 5G และในส่วนอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง หวังรักษาความเป็นผู้นำในระยะกลางทั้งในด้านคุณภาพของโครงข่ายและสร้างความเชื่อมั่นของลูกค้า อีกทั้งบริษัทยังคงเน้นการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสม ซึ่งจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยทั้งระยะสั้นและระยะยาวควบคู่กันไป พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพทางการเงินให้ยังคงความแข็งแรงต่อไป

 

ขณะเดียวกันล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติให้จ่ายปันผลระหว่างกาล ในอัตราหุ้นละ 3.45 บาท หลังงบการเงินครึ่งแรกปี 2564 บริษัทมีกำไรราว 1.36 หมื่นล้านบาท โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมายไม่ได้รับสิทธิ์ปันผล (XD) ช่วง 16 สิงหาคม 2564 และจ่ายปันผล 1 กันยายน 2564

 

สำหรับผลประกอบการปี 2564 บริษัทได้ปรับลดเป้าเหลือทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ราว 1.73 แสนล้านบาท และกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อมราคา (EBITDA) ทรงตัวจากปีก่อน เพราะได้ปัจจัยเชิงลบที่สูงขึ้นกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจที่มีความเปราะบางอยู่แล้ว อันเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ยืดเยื้อทำให้ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไตรมาส 2 และยังคงต่อเนื่อง รวมถึงประเด็นด้านการจัดหาวัคซีนต่อไป

 

*Q3 โตจากดีมานด์ใช้บริการ

บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุถึง ADVANC แนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย 225.00 บาท หลัง รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 2/2564 ที่ 7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และหากไม่รวมรายการพิเศษกำไรหลักจะอยู่ที่ 6.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือว่าตัวเลขเป็นไปตามที่ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินไว้

 

ขณะที่ในไตรมาส 3/2564 คาดกำไรหลักยังเติบโต 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เพื่อตอบรับกับความต้องการใช้บริการที่ขยายตัว แต่อย่างไรก็ตาม จากปัจจัยเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีผลกระทบนั้นทำให้ทางฝ่ายวิเคราะห์ได้ปรับประมาณกำไรหลักในปี 2564 ลงราว 5% เพื่อสะท้อนปัจจัยดังกล่าว แต่ด้วยบริษัทมีปัจจัยพื้นฐานที่แกร่ง จึงมองเป็นโอกาสในการเข้าลงทุน

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง