มาค่ะ สำหรับน้อง ๆ คนไหนที่กำลังมีแพลนที่อยากจะเข้าเรียนในคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร แต่ยังไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงดี หรืออยากรู้ว่าบรรยากาศในการเรียนเป็นยังไงบ้าง วันนี้ในฐานะรุ่นพี่จะมารีวิวให้ทุกคนอ่านจากประสบการณ์ส่วนตัวกันค่ะ คณะโบราณคดี ศิลปากรมีกี่สาขาวิชา สำหรับระดับปริญญาตรี ในคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร จะมีสาขาวิชาที่เปิดสอนทั้งหมด 7 สาขาด้วยกัน ได้แก่ สาขาวิชาโบราณคดี, สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ, สาขาวิชามานุษยวิทยา, สาขาวิชาภาษาไทย, สาขาวิชาภาษาอังกฤษ, สาขาวิชาภาษาฝรั่งเศส และสาขาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ซึ่งสาขาวิชานี้ก็เป็นสาขาที่เราจบมาด้วย แล้วขณะนั้นเราก็ถือว่าเป็นรุ่นที่ 2 ของสาขา เพราะประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเป็นสาขาน้องใหม่ที่พึ่งมาเปิดเป็นวิชาเอก หลังจากที่ก่อนหน้านี้เขาเป็นวิชาโทมาค่อนข้างยาวนาน ^^ โดยทุกสาขาวิชาจะเรียนเหมือนกันหมดคือ หลักสูตร 4 ปี และสำหรับหลักสูตรปัจจุบัน (ฉบับปี พ.ศ. 2564) นักศึกษาจะต้องมีหน่วยกิตรวมไม่ต่ำกว่า 132 หน่วยกิตจึงจะจบหลักสูตร โดยนักศึกษาก็จะต้องวางแผนการเรียนให้เป็นไปตามโครสร้างของหลักสูตร และถึงแม้ว่าในรายละเอียดของหลักสูตรจะมีวิชาเรียนให้เลือกเยอะไปหมด แต่ก็ไม่ใช่ว่าอาจารย์จะเปิดสอนนะ แถมวิชาไหนที่เนื้อหอมมาก ๆ อาจารย์ขึ้นชื่อว่าใจดี สอนสนุก หรือเกรดสวย ๆ ก็มักจะเต็มกันเร็วแบบสุด ๆ ดังนั้นสำหรับช่วงลงทะเบียนเรียนก็ต้องวางแผนกันดี ๆ ด้วยน้า วิธีสอบเข้าคณะโบราณคดี ศิลปากร ปัจจุบันการสอบเข้าเรียนในคณะโบราณคดีจะมีด้วยกันทั้งหมด 4 รอบ ได้แก่ รอบ 1 แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) ช่วงที่ 1 และ 2, รอบ 2 โควตา, รอบ 3 Admission และ รอบ 4 รับตรงอิสระ (Direct Admission) ซึ่งในแต่ละรอบก็จะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป แต่ปีที่เราสมัครเข้าเรียน รอบรับตรงจะเปิดก่อนรอบ Admission แล้วก็ใช้คะแนนจาก 9 วิชาสามัญ แล้วก็เกรดเฉลี่ย 5 เทอม ซึ่งตอนนั้นก็เป็นอะไรที่ตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย เพราะคะแนนเราไม่สูงมาก แต่ก็แอบมีลุ้นอยู่บ้าง เพราะทางคณะไม่ได้ต้องการคะแนนวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นวิชาทีเราเองก็ไม่ถนัดอยู่ด้วย แต่พอประกาศชื่อผู้มีสิทธิ์สัมภาษณ์เท่นั้นแหละ ฉันกรี๊ดเลย สรุปว่าถูกเรียกไปสัมจ้า แล้วก็เป็นการสัมภาษณ์กับอาจารย์ประจำเอก ที่มีความกึ่งทางการ บรรยากาศสบาย ๆ แล้วก็ได้เป็นนักศึกษาศิลปากรสมใจเลย แต่ปัจจุบันเกณฑ์ในการสมัครก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นก็อย่าลืมเข้าไปติดตามของมูลจากเว็บไซต์ของคณะกันดูน้า "โบราณคดี" ไม่ได้ขุดไดโนเสาร์ฉันใด "ศิลปกร" ก็ไม่ได้เรียนรำฉันนั้น สำหรับคณะโบราณคดีของเรา ก่อนอื่นก็ต้องบอกว่าไม่ใช่ทุกคนที่จบออกไปจะสามารถเป็นนักโบราณคดีได้ แต่จะมีเพียงคนที่เรียน "สาขาโบราณคดี" เท่านั้นที่จะสามารถทำได้ เพราะสาขาอื่น ๆ ก็จะเรียนตามวิชาบังคับที่แตกต่างกันออกไป อย่างเช่นสาขาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่เราเรียน แถมโบราณคดีก็ไม่ได้ขุดไดโนเสาร์ด้วย เพราะอันนั้นมันงานของ "นักบรรพชีวินวิทยา" เปิดไปเทอมแรกเลยเราจะได้เจอกับวิชาอารยธรรมไทย แล้วก็ประวัติศาสตร์ก่อนสมัยใหม่ ซึ่งมันจะเป็นเหมือนการปูพื้นฐานให้เห็นว่า มนุษย์เรามีความเป็นมายังไง ก่อนที่จะรวมกลุ่มกันแล้วกลายเป็นสังคมมนุษย์เหมือนที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้ แล้วก็อีกหนึ่งวิชาที่เราจะต้องเรียนตั้งแต่ ปี1 - ปี2 คือ วิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งอันนี้เป็นวิชาแกน แล้วก็ในตอนปี 1 เขาจะแบ่งกลุ่มเรียนออกเป็น Sect แถมเพื่อนเอกเดียวกันก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้เรียน Sect เดียวกันด้วยนะ เพราะตามความเข้าใจของเรา ทางคณะน่าจะมีการแบ่ง Sect กันตามคะแนนวิชาภาษาอังกฤษที่เราใช้ยื่นสมัครเรียน แต่ข้อดีของมันคือเราจะได้พบปะเพื่อน ๆ ใหม่ เพื่อนต่างเอก ต่างคณะ เพราะตอนนั้นเราได้เรียนรวมกันกับเพื่อนจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ด้วย ซึ่งถ้าถามว่าวิชาบังคับของเอกประวัติศาสตร์ท้องถิ่นยากไหม ก็ต้องบอกว่ามันขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคนเลย เราเองก็มีทั้งวิชาที่ชอบ และไม่ชอบ แต่ความชอบมันก็เป็นเหมือนแรงผลักดันที่ทำให้เราสนใจในวิชานั้น ๆ มากเป็นพิเศษแล้วก็จะทำให้เกรดออกมาดีได้ด้วย เราเชื่อแบบนั้นนะ และนอกจากที่เราจะเรียนในห้องแล้ว เราก็จะต้องเจอกับสิ่งที่เรียกว่า "ออกฟิลด์" ซึ่งเป็นการออกเก็บข้อมูลต่าง ๆ นอกสถานที่ แต่ก็ไม่ได้มีทุกวิชาที่จะต้องออกนะ แล้วก็จะมีทั้งในกรุงเทพฯ และออกต่างจังหวัดด้วย บอกเลยเป็นอะไรที่ทั้งเหนื่อยและสนุกมาก ๆ แถมเรียนเอกนี้ Enjoy eating สุด ๆ อาหารการกินไม่เคยขาด ดูจากหุ่นของผู้เขียนในรูปก็ได้ 555555+ เพราะนอกจากเราจะศึกษาผู้คนแล้ว เราก็ต้องศึกษาอาหารด้วย ส่วนปี 2 เราก็ต้องเตรียมตัวเพื่อเลือกวิชาโท ตอนนั้นเราเลือกวิชาโทมานุษยวิทยา วิชานี้จะเรียนทฤษฎีต่าง ๆ รวมไปถึงจะต้องจำผู้คิดทฤษฎีเยอะไปหน่อย แต่โดยรวมคือสนุกมากนะ เพราะอาจารย์ของสาขานี้จะค่อนข้างเปิดกว้าง ในเรื่องของวิธีคิด และการแสดงความคิดเห็น ทำให้ผู้เรียนสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ วิชาที่เปิดสอนก็น่าสนใจมากด้วย กิจกรรมก็จัดเต็มทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย แต่ถ้าคุณไม่ใช่สายกิจกรรมเราก็ไม่บังคับกัน เพราะส่วนใหญ่เราก็สามารถเลือกเข้าร่วมได้ตามความสมัครใจเลย ยกเว้นกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับวิชาเรียนอันนี้ก็ต้องร่วมนิดนึงนะ นอกจากนี้คณะโบราณคดีจะเรียนอยู่ 2 ที่หลัก ๆ ด้วยกันคือ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ และ ศูนย์สันสกฤตศึกษา (ทวี วัฒนา) แต่หลัก ๆ แล้วก็จะเรียนที่วังท่าพระเป็นหลักนี่เลย ใครที่วางแผนจะเช่าหอพักก็แนะนำให้เลือกเป็นโซนสะพานพระปิ่นเกล้า พาต้า พรานนก ก็จะเดินทางค่อนข้างสะดวกมาก ๆ และบรรยากาศของในการเรียนและในมหาวิทยาลัยเรารู้สึกว่า ที่นี่เป็นอะไรที่อบอุ่นมาก ๆ ด้วยความที่เราเป็นคณะและมหาวิทยาลัยเล็ก ๆ ผู้คนไม่ได้เยอะจนเกินไป ดังนั้นการดูแลของอาจารย์ก็จะค่อนข้างทั่วถึงมาก ๆ แถมอาจารย์หลาย ๆ ท่านก็จบจากคณะนี้ด้วย มันเลยทำให้เราทุกคนเป็นเหมือนพี่ เหมือนน้องกันมากกว่า อีกอย่างสังคมเพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้องที่เราเจอตอนนั้นก็ดีมาก ทุกคนช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ทุกคนพร้อมที่จะเป็นเซฟโซนให้กันและกัน ทำให้เราที่เป็นเด็กต่างจังหวัด เข้ามาเรียนกรุงเทพฯ มาอาศัยอยู่ไกลบ้านตามลำพังในตอนนั้น ผ่านมันมาได้ด้วยดี ถึงแม้ว่าระหว่างทางจะทุลักทุเลบ้าง แต่สุดท้ายเราก็ยังรอดมาได้ มันเลยทำให้คำว่า "โบราณคดี เหมือนพี่เหมือนน้อง" ไม่ใช่แค่ชื่อเพลงของคณะ แต่มันเป็นอะไรที่มีความหมายที่ยิ่งใหญ่ และถ้าจะถามว่า 4 ปีในรั้วมหาวิทยาลัยศิลปากรแห่งนี้ให้อะไรกับเราบ้าง ที่นี่เขาให้หลายอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นความรู้ วิธีคิด วิธีทำ วิธีปฏิบัติ การวางตัว รวมไปถึงการรู้จักเข้าอกเข้าใจผู้อื่น เครดิตภาพปก/ภาพประกอบ ภาพปก:ผู้เขียน (บุญรอด) / Noelle / iconsy ภาพประกอบ: ผู้เขียน (บุญรอด) เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !