อนุทิน เผยจัดปีใหม่ได้ แต่ต้องขออนุญาต-ทำตามมาตรการ ปมบิ๊กเม้าน์เท่น จำเป็นต้องบังคับใช้กม.

อนุทิน เผยจัดปีใหม่ได้ แต่ต้องขออนุญาต-ทำตามมาตรการ ปมบิ๊กเม้าน์เท่น จำเป็นต้องบังคับใช้กม.
มติชน
17 ธันวาคม 2563 ( 10:22 )
33
อนุทิน เผยจัดปีใหม่ได้ แต่ต้องขออนุญาต-ทำตามมาตรการ ปมบิ๊กเม้าน์เท่น จำเป็นต้องบังคับใช้กม.

เมื่อเวลา 09.25 น. วันที่ 17 ธันวาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอุนทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) ถึงมาตราการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ว่า มาตราการมีอยู่แล้ว ปัญหาที่ผ่านมาคือคนไม่ทำตามมาตรการ อย่าลืมว่าทุกการจัดกิจกรรมต้องมีการขออนุญาต โดยเฉพาะงานที่มีคนมาร่วมจำนวนมาก ซึ่งผู้จัดงานต้องเสนอขั้นตอนทุกอย่าง ผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ ก็ต้องดูข้อเสนอและไปเทียบกับระเบียบที่ตั้งไว้ หากอยู่ในระเบียบก็อนุญาตอยู่แล้ว ที่เป็นปัญหาคือการทำนอกกรอบ ไม่เป็นไปตามที่อนุมัติไว้ ดังนั้น ถ้าทุกคนทำตามที่ขอไว้ก็จะไม่มีปัญหาใดๆ

 

เมื่อถามว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่จะต้องมีมาตรการคุมเข้มมากกว่าเดิมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ และเว้นระยะห่างพอสมควร ซึ่งถือว่าเพียงพอแล้ว เชื่อว่าทุกคนมีสัญชาตญาณที่จะป้องกันเรื่องเหล่านี้ได้ เพราะเข้าใจมาตรการป้องกันกันอยู่แล้ว ทั้งนี้ ยืนยันว่าทุกกิจกรรมในช่วงปีใหม่สามารถดำเนินไปได้ตามปกติ โดยผู้จัดต้องขออนุญาตและส่วนใหญ่ก็จะอนุญาตอยู่แล้ว

 

 

เมื่อถามว่า จะมีการถอดบทเรียนกรณีคอนเสิร์ตบิ๊กเม้าน์เท่น ที่ จ.นครราชสีมาหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีอะไรที่เป็นบทเรียน แต่บทเรียนคือการไม่ทำผิดกฎหมาย ไม่ทำผิดขั้นตอน อย่าทำนอกเหนือที่ขออนุญาตไว้ ซึ่งเราก็ทำตามหน้าที่ ยกตัวอย่าง เมื่อมีการประกาศให้งดจัดกิจกรรม แล้วยังจัดอยู่ หากเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการ อยากถามว่าใครผิด เจ้าหน้าที่ก็มีความผิดอีก เหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้เจ้าหน้าที่ไม่มีทางเลือกเลย ทำให้ทำงานลำบาก ดังนั้น ทุกคนต้องทำตามกฎหมาย และเหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่ถือว่าเป็นบทเรียนเลย และไม่ควรมีอะไรจดจำ

 

เมื่อถามว่า สถานการณ์ตามแนวชายแดนเป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ไม่ต้องห่วง เพราะไม่มีการลักลอบเข้ามา หากลักลอบเข้ามาก็จับได้หมด และเชื่อว่า มาตราการกักตัว 14 วัน จะทำให้ทุกคนปลอดภัย และเชื่อว่าจะไม่มีคนลักลอบเข้ามา เพราะหากลักลอบเข้ามาก็จะเป็นคนที่แย่ ซึ่งขณะนี้ได้รายชื่อผู้ที่ลักลอบเข้ามา และทำความเข้าใจหมดแล้ว ในส่วนของ อ.ท่าขี้เหล็ก ก็ไม่มีอะไรน่ากังวลอีกต่อไป ในส่วนของฝ่ายความมั่นคงก็สามารถจับผู้ลักลอบเข้าประเทศได้ตลอดเวลา