วันดินโลก (World Soil Day) ตรงกับวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) กำหนดขึ้น เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของดินต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ ระบบนิเวศ และการผลิตอาหาร ด้วยความสัตย์จริงครับคุณผู้อ่าน ว่าผมเองก็เพิ่งจะรู้ว่ามีวันนี้อยู่ในโลกด้วย แต่ถ้าถามว่าดินมีความสำคัญไหม ต้องตอบเลยว่ามาก ลองจินตนาการดูสิครับว่าหากวันหนึ่ง “ดิน” หายไปจากโลกนี้ มนุษย์ทุกคนจะใช้ชีวิตอย่างไร ไม่มีแปลงนา ไม่มีฟาร์ม ไม่มีพืช ป่า หรือแม้แต่ที่ให้เรายืนอยู่ได้ โลกคงเงียบงันเหมือนหนังในยุคโลกาวินาศ 4 ประเด็นข้างล่างนี้ จึงอาจเปลี่ยนทัศนคติของเราให้หันกลับมามอง “ดิน” ใต้เท้า ในแบบที่ต่างไปจากเดิมได้ ลองอ่านดูนะครับ 1. ดินไม่ใช่แค่พื้นดิน มันคือระบบนิเวศ หลายคนมองดินเป็นแค่ผงสีน้ำตาลที่ใช้ปลูกต้นไม้ แต่ความจริงดินเต็มไปด้วยจุลินทรีย์ แร่ธาตุ และสารอาหาร มีสิ่งมีชีวิตเล็กจิ๋วนับล้านที่ช่วยย่อยอินทรีย์วัตถุให้พืชเติบโตอย่างแข็งแรง ดินหนึ่งช้อนมีสิ่งมีชีวิตมากกว่าคนทั้งโลกเสียอีก ดินคือบ้านของชีวิตนับไม่ถ้วน และเป็นรากฐานของห่วงโซ่อาหารโลก ผมบิวท์ขนาดนี้แล้วคุณผู้อ่านน่าจะต้องเห็นความสำคัญของผงใต้เท้าเราบ้างนะครับ พี่ธุลีดินนี่เขาสำคัญต่อพวกเราจริง ๆ 2. ไม่มีดินก็ไม่มีอาหาร โลกจะอดอยากภายในไม่กี่ปี อาหารกว่า 95% บนโลกมาจากดิน ไม่ว่าจะเป็น ข้าว แป้ง ผัก ผลไม้ หรืออาหารสัตว์อย่างหญ้าที่ใช้เลี้ยงโคและไก่ หากดินสูญสลายหรือเสื่อมโทรมจนปลูกอะไรไม่ได้ โลกอาจเผชิญภาวะอาหารขาดแคลนรุนแรงภายใน 60 - 100 ปี ข้าวหนึ่งเม็ดที่ตักเข้าปากวันนี้ อาจกลายเป็นสิ่งหายากในอนาคต หากเรายังปล่อยให้ดินถูกทำลายเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ ทำไมนักบินอวกาศถึงต้องขนอาหารขึ้นไปบนดาวอังคาร ก็เพราะที่นั่นไม่มีดิน มีแต่สารอะไรก็ไม่รู้ที่ปลูกอะไรก็ไม่ได้ เพราะงั้นดินบนโลกเราจึงสำคัญและควรหวงแหนไว้ยังไงล่ะครับ 3. ดินช่วยควบคุมสภาพอากาศ ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ดินเปรียบเหมือนฟองน้ำธรรมชาติที่กักเก็บคาร์บอนไว้จำนวนมาก หากดินเสื่อมโทรมหรือถูกแผ้วถางจนสูญสภาพ คาร์บอนที่กักไว้อาจถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศมากขึ้น ซ้ำเติมภาวะโลกร้อนที่เลวร้ายอยู่แล้วให้ร้อนแรงกว่าเดิม การรักษาดินจึงไม่ใช่เรื่องที่โยนไปให้เกษตรกรรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว หากแต่ต้องเป็นเรื่องของพวกเราทุกคนทุกสัมมาอาชีพ นี่เป็นเรื่องของสภาพภูมิอากาศโลก ถ้าเรายังต้องสูดอากาศหายใจ เราก็ต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบ ถ้าทำให้ดินดีขึ้นไม่ได้ อย่างน้อยก็ไม่ควรจะเป็นผู้ที่ทำลาย 4. เราทำอะไรได้บ้างเพื่อให้ดินยังคงเป็นแหล่งชีวิต ประเด็นนี้ต่อยอดมาจากข้อข้างบนเลยครับ ผมรู้ว่ามันทำได้ยากในบางข้อแต่อย่างน้อยเราก็ควรจะรู้โครงคอนเซ็ปเอาไว้บ้าง อันไหนเราทำได้เราก็ทำ ที่ทำไม่ได้ก็ปล่อยคนอื่นเขาทำ แต่ขอให้ทำอย่านิ่งดูดายเฉย ๆ และกิจกรรมที่ทำให้ดินดีขึ้นก็อาทิเช่น ลดการใช้สารเคมีในการเกษตร , การคัดแยกขยะเปียกไปทำปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อเพิ่มสารอาหารให้กับดิน , ปลูกต้นไม้คืนความชุ่มชื้นให้ผืนดิน และสุดท้ายก็คือการงดเผาป่า เผาไร่อ้อย เพื่อลดการชะล้างของหน้าดิน เราอาจไม่ต้องทำเรื่องใหญ่โตมากก็ได้ครับ แต่ถ้าคนทั้งโลกเริ่มต้นเล็ก ๆ น้อย ๆ พร้อมกัน ผลลัพธ์จะยิ่งใหญ่เกินคาดแน่นอน สรุปสุดท้าย ดินอยู่ใต้เท้าเราเสมอจนหลายครั้งเรามองข้ามมันไป แต่ลองคิดดูอีกครั้งนะครับ ว่าหากวันหนึ่งดินหายไปจริง ๆ มนุษย์ก็คงอยู่รอดได้ไม่นาน ดังนั้นเราควรดูแลดินซะตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่เพราะโลกต้องการเรา แต่เพราะเราต่างหากที่ยังต้องพึ่งพาดินจากโลก ได้โปรดเห็นคุณค่าของดิน ก่อนที่โลกจะบังคับให้เรากลายเป็นคนที่ไม่มีแผ่นดินจะเหยียบ เครดิตรูปภาพ ภาพหน้าปก จาก pixabay.com รูป มือรดน้ำ โดย thophilong รูปที่ 1 จาก pixabay.com รูป มืออุ้มดิน โดย Pexels รูปที่ 2 จาก pixabay.com รูป ตัวตุ่น โดย Beeki รูปที่ 3 จาก pixabay.com รูป มือรดน้ำ โดย thophilong รูปที่ 4 จาก pixabay.com รูป รถตักดิน โดย ignartonosbg เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !