สพฐ.สั่งเขตพื้นที่ติดตามการเคลื่อนย้ายคน หากพบน.ร.อยู่ในความเสี่ยง ให้หยุดเรียนทันที

สพฐ.สั่งเขตพื้นที่ติดตามการเคลื่อนย้ายคน หากพบน.ร.อยู่ในความเสี่ยง ให้หยุดเรียนทันที
มติชน
27 มิถุนายน 2564 ( 17:11 )
16
สพฐ.สั่งเขตพื้นที่ติดตามการเคลื่อนย้ายคน หากพบน.ร.อยู่ในความเสี่ยง ให้หยุดเรียนทันที

สพฐ.สั่งเขตพื้นที่ติดตามการเคลื่อนย้ายคน หากพบน.ร.อยู่ในความเสี่ยง ให้หยุดเรียนทันที

 

 

 

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่รัฐบาลมีคำสั่งและประกาศผ่านเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ยกระดับคุมเข้ม กทม.-ปริมณฑล และ 4 จังหวัดภาคใต้ รวม 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดนครปฐม จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดสงขลา ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจัดการศึกษาคือ จังหวัดเหล่านี้ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนในห้องเรียน หรือ แบบOn-Site ได้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ในสถานศึกษา จึงขอให้ผิอำนวยการโรงเรียน ปรับรูปแบบการเรียนการสอนรูปแบบทางไกล คือ On-air, On-demand, Online และ On-hand ทั้งนี้ขอให้สถานศึกษาปฏิบัติตามมาตการที่ ศบค.กำหนดอย่างเคร่งครัด

 

 

 

ด้านนายสนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตนได้ลงนามในหนังสือด่วนที่สุดของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เรื่อง การเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19) ถึง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สทพ.) ตามที่ ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้ประกาศข้อกำหนดฉบับที่ 25 ทำให้ต้องมีการปิดแคมป์คนงานในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งยังมีการประกาศปิดแคมป์คนงาน โดยเฉพาะที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งส่งผลให้คนงานจำนวนมากอาจเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยการเคลื่อนย้ายของคนงานอาจมีส่วนหนึ่งที่ติดเชื้อโควิด-19 จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดในพื้นที่อื่น ๆ ด้วย นั้น

 

 

 

นายสนิท กล่าวต่อว่า สพฐ. จึงขอให้สำนักงานเขตพื้นที่ฯ ทุกเขตแจ้งให้สถานศึกษาในสังกัดติดตามการเคลื่อนย้ายของคนงานที่กลับภูมิลำเนาที่อยู่ใกลักับสถานศึกษา ว่าในพื้นที่ที่เป็นเขตบริการที่มีนักเรียน ครู และบุคลากรในสังกัดอาศัยอยู่ ให้ประสานงานกับสาธารณสุขอำเภอ จังหวัด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงพยาบาลอำเภอ หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในพื้นที่ รวมทั้งฝ่ายปกครองในพื้นที่ เพื่อตรวจสอบบุคคลที่เคลื่อนย้ายมาในพื้นที่ หากมีกรณีเช่นนี้ขอให้ตรวจสอบว่ามี นักเรียนที่อยู่ในครอบครัว หรือเป็นญาติพี่น้องที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงและเกิดความเสี่ยงในการที่จะทำให้เกิดการระบาดของโรค ให้นักเรียนกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ หยุดมาเรียน และดำเนินการตามมาตรการของศบค.  และศบค.จังหวัดโดยเคร่งครัด

 

 

 

“ทั้งนี้ หากเกิดสถานการณ์ดังกล่าวนี้ ให้สถานศึกษา และหน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินการรายงานให้สพฐ.ทราบโดยทันที ทั้งการรายงานทางโทรศัพท์ทางแอพพลิเคชันไลน์ หรือช่องทางอื่นที่สะดวกและรวดเร็ว ขอให้การดำเนินการในเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุดเพื่อป้องกันการระบาดของโรคทั้งในโรงเรียน และในพื้นที่ใกล้เคียง” นายสนิท กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง