ความล้มเหลวไม่ใช่สิ่งที่เลวร้าย เมื่อคุณได้เรียนรู้จากมันว่าอะไรไม่ควรทำ (Failing isn't bad when you learn what not to do) ทุกคนต้องเคยได้ยินประโยคที่ว่า “เจ็บแล้วจำคือคน เจ็บแล้วทนคือควาย” หมายความว่า คนที่ยอมเจ็บซ้ำๆ ซากๆ แล้วทนเอา ไม่คิดจะเปลี่ยนแปลง เรียกได้ว่า เป็นคนที่ไม่ฉลาด คนฉลาดคือคนที่สามารถเรียนรู้ว่าจะทําอย่างไรไม่ให้สถานการณ์หรือเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นซ้ำอีก ในปี ค.ศ. 1967 นักบินอวกาศของยานอพอลโลล่าที่หนึ่งเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้ยานขณะฝึกซ้อมและเสียชีวิตทั้งหมด และกว่าที่โครงการอพอลโลจะส่งยานอวกาศให้ขึ้นไปลงจอดบนพื้นดวงจันทร์ได้ก็ต้องทดลองถึง 10 ลำ และสำเร็จเป็นครั้งแรกด้วยยานอพอลโล 11 ในปี 1969 เพราะบทเรียนจากสิบลำแรกจึงทำให้ลำที่สิบเอ็ดประสบความสำเร็จ ในการแข่งขันฟุตบอลโลก เราได้เห็นทีมที่ยิ่งชนเสา ชนคาน นับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่มีผู้เล่นคนใดที่แสดงอาการตีโพยตีพายหรือโทษดวงชะตาฟ้าดินที่ทําให้พลาดโอกาสในการทำประตูไป อย่างมากก็แค่แสดงอาการเสียดาย แต่ไม่เสียใจ และพยายามใหม่อีกครั้ง จนชนะในที่สุด ความล้มเหลวทำให้เกิดความระมัดระวัง ถ่อมตน และมีสติมากขึ้น การระมัดระวังเมื่อก้าวผิดจะทำให้ก้าวถูกในครั้งต่อไป แต่การลำพองใจว่าก้าวถูกจะทำให้ก้าวต่อไปผิดพลาด ความล้มเหลวจึงเป็นเรื่องดีถ้ารู้จักนำมาใช้ในการเตือนสติตนเอง มีคำกล่าวไว้ว่า “ถ้าทำสิ่งเดิมผิดพลาดเป็นครั้งที่สองยังพอให้อภัย แต่ถ้ามันผิดพลาด เป็นครั้งที่สามก็ไม่ควรแก่การให้อภัย”แต่ในชีวิตจริงของคนเรา ส่วนใหญ่จะผิดพลาดในเรื่องเดิมเกินสามครั้งกันทั้งนั้น โทมัส เจ. วัตสัน ผู้ก่อตั้งบริษัทไอบีเอ็ม บอกว่า “ถ้าคุณอยากประสบความสำเร็จมากขึ้นอีกหนึ่งเท่า จงเพิ่มความล้มเหลวเป็นสองเท่า” ในวัยเด็กทุกคนต้องเคยหัดขี่จักรยาน และคงจะรู้ว่าถ้าอยากขี่จักรยานเป็นให้เร็วขึ้นอีกหนึ่งเท่า ต้องเพิ่มอัตราการล้มเป็นสองเท่าเช่นกัน และเมื่อเรียนรู้ถึงจุดหนึ่งก็จะไม่มีการล้มอีกต่อไป ความล้มเหลวคือความสำเร็จในการก้าวไปข้างหน้า (Failure is success in progress) ทุกคนที่ขี่จักรยานเป็นต้องเคยล้มมาก่อน เพราะการล้มทำให้รู้ว่าอย่างไรจึงจะไม่ล้ม คนที่มีความสุขก็ต้องรู้มาก่อนว่าทุกข์เป็นอย่างไร ไม่มีขาวถ้าไม่มีดำมาเปรียบเทียบ ไม่มีความสำเร็จถ้าไม่มีความล้มเหลวมาเป็นฐานในการค้ำยัน ถนนต้องมีแรงเสียดทาน รถจึงจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ฉันใด เช่นเดียวกับชีวิต ยิ่งแรงเสียดทานมาก ยิ่งมีแรงผลักไปข้างหน้าฉันนั้น ชีวิตของทุกคนต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ไม่น้อยกว่าสามครั้ง ลองสังเกตการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ผ่านมาในชีวิตเรา เราจะเห็นว่าต้องมีความผิดพลาด ล้มเหลว เป็นตัวขับดันทั้งสิ้น ไม่ว่าชีวิตคู่ ชีวิตการงาน การเรียน ถ้าปราศจากอุปสรรคที่มาเป็นแรงขับก็ยากที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ เรามักจะคิดกันว่าโชคชะตาในอนาคตถูกกำหนดไว้แล้ว เป็นจุดที่อยู่นิ่งๆ เหมือนโอกาสที่รอให้ไปพบ ความจริงแล้วไม่ใช่ ทั้งโชคและโอกาสมีพลวัตอยู่ตลอดเวลา เหมือนผีเสื้อที่บินไปมา คนที่จะประสบโชคหรือมีโอกาส คือคนที่วิ่งเข้าไปไขว่คว้าเท่านั้น เจ.เค. โรว์ลิ่ง ก่อนมีชื่อเสียง เธอถูกสำนักพิมพ์ต่างๆ ปฏิเสธงานถึง 9 สำนักพิมพ์ นายพล ดักลาส แมคอาร์เทอร์ต้องสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารถึงสามครั้งจึงจะได้เข้าเรียน ไมเคิล จอร์แดน เพียรสมัครเข้าทีมบาสเกตบอลของโรงเรียน แต่ถูกคัดออก หลังจากนั้นเขากลับมาซ้อมอย่างหนักและสมัครใหม่อีกครั้ง ปัจจุบันเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เล่นที่เก่งที่สุดนับแต่โลกมีกีฬาบาสเกตบอลมา จะเห็นได้ว่าถ้าพวกเขาเหล่านี้ท้อแท้ตั้งแต่การล้มเหลวครั้งแรก ชีวิตคงจะเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล เจ.เค. โรว์ลิ่ง ได้ให้คติที่สำคัญไว้ว่า “ความล้มเหลวคือแรงขับของชีวิต ถ้าคุณใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังจนไม่เคยเจอกับความล้มเหลว นั่นแสดงว่าคุณได้ล้มเหลวโดยอัตโนมัติแล้ว” รูปภาพทั้งหมดโดย A.I. (Gemini) เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !