สวัสดีครับผู้อ่านที่เคารพทุกคน ในเนื้อหาบทความนี้ผู้เขียนจะมาพูดถึงในหัวข้อ "บุคคล 5 ประเภท ที่ต่อให้เราเถียงทั้งปีทั้งชาติ ก็ไม่มีทางชนะได้ หรือคนที่เราอธิบายไป อีกฝ่ายก็ไม่มีทางรับรู้และเข้าใจ" ซึ่งคนประเภทนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นคนที่น่าปวดหัวมากๆ คุยกันไปคุยกันมาก็มีแต่จะเสียสุขภาพจิต ไม่ค่อยจะรู้เรื่องรู้ราว ไม่มีประโยชน์ แถมไร้ความหมาย ซึ่งเชื่อว่าหลายๆ คนเองก็เคยเจอคนประเภทนี้กันมาบ้างแล้วตามที่ต่างๆ ไม่ว่าจะที่บ้านก็ดี ที่สถานศึกษาก็ดี หรือว่าในที่ทำงานก็ดี คนแบบนี้มันมีอยู่ทุกที่จริงๆ ซึ่งบุคคลประเภทที่ว่าจะมีอะไรกันบ้าง เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราไปเริ่มเข้าเนื้อหากันเลยครับ หมายเหตุ : เนื้อหาบทความนี้ตัวผู้เขียนก็ได้ถ่ายทอดมาจากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียนเองโดยเฉพาะ เพื่อแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน ไม่ได้มีเจตนาจะโจมตีหรือพาดพิงใครในเชิงลบทั้งสิ้น หากมีข้อผิดพลาดแต่ประการใด ทางผู้เขียนก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ 1. ไม่ยอมรับในความผิดของตัวเอง : คนแบบนี้มักจะชอบโทษคนอื่นอยู่เสมอ เอาแต่โทษคนนั้นคนนี้ไปทั่วแต่ไม่ยอมโทษตัวเอง คนเราเวลาทำผิดก็ต้องรู้จักยอมรับความในความผิดนั้น รู้จักปรับปรุงแก้ไข แต่คนประเภทนี้จะตรงกันข้าม ผู้เขียนเองก็เคยเจอคนประเภทนี้มาเช่นกัน เจอทีไรเป็นต้องอารมณ์เสีย อธิบายอะไรไปก็ไม่เคยฟัง เคยถกเถียงหรือโต้แย้งไปก็ไร้ความหมาย ไม่มีทางที่จะชนะ เราคงทำได้แค่ปล่อยวางหรือทำเป็นเฉยๆ ไปซะ ไม่ต้องไปเถียงหรือต่อปากต่อคำให้เหนื่อย และเสียเวลาแบบสุดๆ 2. คิดว่าตัวเองถูกเสมอ : คนประเภทนี้ส่วนตัวผู้เขียนแล้วมองว่ามักจะเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาลอยู่เสมอ คิดว่าคนอื่นต้องหมุนรอบตัวเอง ใครจะพูดหรือออกความคิดเห็นอะไรมาคือไม่สนอะไรทั้งสิ้น ความคิดของตัวเองเท่านั้นที่ถูกต้องเสมอ และทุกคนที่อยู่รอบตัวจะต้องฟังเขาแค่คนเดียว อย่าได้คัดค้านเป็นอันขาด คนแบบนี้เรามองว่ามันเป็นอะไรที่เหนื่อยมากจริงๆ โดยเฉพาะเวลาสนทนาด้วย คือแทบจะไม่เคยได้รับความเคารพจากอีกฝ่ายเลย ไม่เข้าใจในสิ่งที่เราพูดด้วยซ้ำ ถึงเถียงไปก็ไม่มีทางชนะ พูดไปก็เหนื่อยเปล่า อันนี้แนะนำว่าเราควรปล่อยให้เขาคิดเองและทำอะไรเองคนเดียวจะดีที่สุด เขาจะทำอะไรมันก็เรื่องของเขา เราทำได้แค่ปล่อยผ่านอย่างเดียว ในเมื่อเขาไม่เคารพเรา เขาก็อย่าหวังว่าจะได้รับความเคารพจากเราเช่นกัน 3. พูดถึงแต่เรื่องของตัวเอง : คนประเภทนี้มักจะคิดว่าเรื่องของตัวเองนั้นสำคัญมากกว่าสิ่งอื่นใดเสมอ เรื่องคนอื่นจะเป็นยังไงช่างหัวมัน เรื่องตัวเองเท่านั้นที่มาก่อน ผู้เขียนเคยเจอมากับตัวแล้วกับคนประเภทนี้ บอกแล้วว่าเป็นอะไรที่เสียเวลาและเหนื่อยมากจริงๆ คือเราไม่มีสิทธิ์ที่จะได้พูดหรือออกความคิดเห็นอะไรบ้างเลย ทุกเรื่องที่อีกฝ่ายพูดล้วนเป็นเรื่องของตัวเองทั้งสิ้น พูดทีนึงนี่คือร่ายยาวเป็นหางว่าว ไม่เคยได้เว้นช่วงไว้ให้เราได้พูดอะไรบ้าง และแน่นอนว่าเรื่องที่เขาพูดตัวเราเองก็ไม่ได้อยากจะรู้ด้วยซ้ำถูกไหมครับ แต่อีกฝ่ายก็ดันทุรังพูดอยู่ตลอดเวลา คนแบบนี้ยิ่งเถียงก็ยิ่งเสียเวลา แนะนำว่าให้อดทนฟังไปสักพัก พอถึงช่วงจังหวะที่เหมาะสมแล้วเราค่อยตัดจบ ยกตัวอย่างเช่นเวลาที่อีกฝ่ายพูดจบแล้ว เราอาจจะบอกว่าขอตัวไปทำนั่นทำนี่ก่อนนะ หรือว่าไปทำอะไรก็ได้แล้วแต่ เพื่อเป็นการตัดจบการสนทนาที่สุดแสนจะน่าเบื่อและน่ารำคาญนี้ออกไป 4. เจ้าอารมณ์แบบขีดสุด : คนแบบนี้แน่นอนว่าต่อให้เราพูดด้วยมากน้อยแค่ไหนยังไงอีกฝ่ายก็ไม่ฟัง จะพูดหรือจะเถียงยังไงเขาก็ไม่สนอะไรทั้งนั้น หรือบางครั้งเมื่ออีกฝ่ายเกิดอารมมณ์ร้อนก้มักจะขุดคุ้ยเรื่องเก่าๆ ที่มันแย่ๆ มาพูดให้อีกฝ่ายเสียหาย เหมือนกับสำนวนที่ว่าน้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือขวาง ก็คือน้ำกำลังไหลเชี่ยวอยู่ เราก็ไม่ควรที่จะเอาเรือเข้าไปขวางกั้น ไม่อย่างนั้นน้ำจะซัดพาเรือทำให้เกิดความเสียหาย เฉกเช่นเดียวกันยิ่งถ้าเราเจอคนที่มีอารมณ์ฉุนเฉียวมากเท่าไหร่ เรายิ่งไม่ควรไปเข้าไปใกล้หรือเข้าไปพูดสนทนาด้วย ในเมื่ออีกฝ่ายยังคงใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลอยู่ล่ะก็ แนะนำว่าปล่อยให้เขาอยู่ตามลำพังสักพัก รอให้เขาอารมณ์เย็นลงก่อน แล้วเราค่อยเข้าไปพูดคุยกับเขาก็ได้ ไม่อย่างนั้นคุยกันไม่รู้เรื่องแน่นอน มีแต่จะเหนื่อยและแย่ลงไปกว่าเดิม 5. ตั้งตัวเป็นใหญ่เหนือคนอื่น : คนประเภทนี้เขาจะคิดว่าตัวเองนั้นเป็นใหญ่เหนือกว่าคนอื่นเสมอ ต้องให้คนอื่นทำตามความคิดของตนเองอย่างไม่มีข้อแม้ คนอื่นไม่มีสิทธิ์โต้แย้งหรือออกความคิดเห็นอะไรทั้งนั้น พอเราพูดไปก็หาว่าเถียงคำไม่ตกฟาก ทุกคนต้องเคารพตนแค่คนเดียวเท่านั้น ซึ่งคนในลักษณะนี้ผู้เขียนก็เคยเจอในที่ทำงานมาก่อนด้วย บอกได้เลยว่าเป็นอีกหนึ่งคนที่รู้สึกไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ มันทำให้รู้สึกว่าตัวเราเองดูด้อยลงไปอีก รู้สึกหมดพลังงานในตัวเอง เขาคิดว่าตัวเขาเป็นหัวหน้างาน จะพูดหรือทำอะไรต้องถูกไปหมดทุกอย่าง ลูกน้องอย่างเราทำได้แค่ยอมเชื่อฟังเขา ยอมทำตามเขาแทบทุกอย่าง เราเองก็ทำได้เพียงเงียบ ไม่มีสิทธิ์ไปโต้แย้งอะไรกับเขาได้ เราเคยพูดคุยดีๆ กับเขาด้วยแล้วแต่มันก็ไม่ดีขึ้น ทุกอย่างมีแต่จะยืดเยื้อ ไม่จบไม่สิ้น ทางแก้ที่ดีคือเงียบเฉยไปซะ เขาจะพูดอะไรก็ช่างเขา เราก็ทำเป็นฟังไปงั้นๆ เออออห่อหมกไป ให้เขาเห็นว่าเราสนใจและฟังเขาอยู่ สักพักเดี๋ยวเขาก็หยุดไปเอง ซึ่งอันนี้จะต้องอาศัยความอดทนเป็นหลัก ก็จบกันไปแล้วนะครับสำหรับเนื้อหาบทความของเราในวันนี้ ลองเช็คคนรอบตัวของคุณดูนะครับว่าเป็นเหมือน 5 ข้อที่กล่าวไปหรือเปล่า ถ้าเจอขอให้หลีกเลี่ยงซะ ไม่ต้องไปสนทนา ไม่ต้องออกความเห็น หรือไม่ต้องไปโต้แย้งอะไรทั้งนั้น คนเหล่านี้ต่อให้เราพูดอะไรไปก็ไม่รู้เรื่องอยู่ดี พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ ไม่มีความหมาย ชีวิตเรามีแต่จะเหนื่อยและแย่ลงมากไปกว่าเดิม ถ้าคุยได้ก็คุย ถ้าคุยไม่ได้ก็อย่าไปเสียเวลาเลยจะดีกว่านะครับ ถ้านิ่งเฉยได้จะดีที่สุด เงียบได้จะดีมากๆ ชีวิตเรายังมีอะไรให้ทำอีกเยอะ ดีกว่าต้องมาเสียเวลาสนทนาบรรยายความกับคนประเภทนี้ที่เขาไม่เคยเห็นคุณค่าเราเลย ถ้าเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ก็ฝากแชร์ต่อๆ กันด้วยนะครับ แล้วเจอกันใหม่ในบทความหน้าครับ ขอบคุณทุกๆ คนที่กดเข้ามาอ่านนะครับ เครดิตภาพเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์ : pexels.com ภาพหน้าปก : MART PRODUCTION ภาพเนื้อหาที่ 1 : Timur Weber ภาพเนื้อหาที่ 2 : Keira Burton ภาพเนื้อหาที่ 3 : Alex Green ภาพเนื้อหาที่ 4 : Yan Krukau ภาพเนื้อหาสุดท้าย : Diva Plavalaguna เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !