ศาสตร์สามก๊ก: ใครเก่งที่สุดในสามก๊ก ? ชวนวิเคราะห์ขุนศึกเบอร์ 1 แห่งยุคสามก๊ก หากใครเคยได้อ่านวรรณกรรมอิงประวัติศาสตร์จีนเลื่องชื่อ สามก๊ก หรืออาจจะเคยได้ยินได้ฟังผ่านคำบอกเล่าจากปากคนรู้จัก หรือจากสื่อต่าง ๆ มาบ้างก็คงพอจะทราบว่าในท้ายที่สุดแล้วผู้ที่รวบแผ่นดินจีนสำเร็จก็คือ สุมาอี้ ดังวลีสรุปสุดคลาสสิคสั้น ๆ ที่ว่า "โจ ซุน เล่า รบกันมาช้านาน สุดท้ายแซ่สุมาได้ครอบครอง" แต่ถึงอย่างนั้นการจะบอกว่าสุมาอี้คือบุคคลที่ยอดเยี่ยมที่สุดในสามก๊กก็ดูจะไม่เป็นธรรมสำหรับขุนศึกรายอื่น ๆ สักเท่าไหร่ เพราะในยุคสามก๊กนั้นเป็นยุคสมัยแห่งการช่วงชิงอำนาจที่ยาวนาน มีเหล่าผู้กล้ามากความสามารถในจีนผุดขึ้นมามากมาย มีเหตุการณ์การสู้รบครั้งสำคัญเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า เรียกได้ว่าหากจะตัดสินใจว่าใครเก่งที่สุดในสามก๊กจากเพียงบทสรุปของการรวมแผ่นดินก็คงจะไม่ถูกต้องนัก ในบทความนี้จึงจะชวนผู้อาจมาวิเคราะห์กันว่าที่สุดแล้วในกลียุคของแผ่นดินจีนนั้น ขุนศึกรายใดฝากฝังผลงานอะไรไว้ให้จารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์และวรรณกรรมอิงประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่เรื่องนี้บ้าง 1. โจโฉ แม้ว่าในท้ายที่สุดแล้ว วุยก๊ก ของโจโฉจะถูกยึดอำนาจโดยตระกูลสุมา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตลอดยุคสามก๊ก วุยก๊กมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดชะตาแผ่นดินจีนช่วงปลายราชวงศ์ฮั่น และอาจบอกได้ว่าโจโฉนั้นถือเป็นต้นตอของทุกเหตุการณ์สู้รบอันยาวนานในประวัติศาสตร์เลยด้วยซ้ำ เพราะความหาญกล้าของเขาที่หวังลอบสังหารตั๋งโต๊ะที่เป็นอุปราชในวังหลวง ขณะที่ต้นเองเป็นเพียงนายพันทหารม้าในขณะนั้นได้สร้างแรงกระเพื่อมที่แท้จริงที่ทำให้ผู้กล้าทั่วแผ่นดินจีนลุกฮือขึ้นมาต้านอำนาจของตั๋งโต๊ะ โดยหากพิจารณาที่ความสามารถอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการวางกลยุทธ์ การใช้งานคน การรวบรวมคนมีความสามารถให้เข้ามาเป็นพวก ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโจโฉคือบุคคลที่ครบเครื่องมากที่สุดในยุคสามก๊ก ชายจากตระกูลโจรายนี้เริ่มต้นจากกำลังทหารเพียงหลักพัน แต่สามารถก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาบริหารวุยก๊กที่มีกำลังทหารนับล้าน และกลายเป็นกระดูกชิ้นโตสำหรับศัตรูรอบทิศทางได้ 2. ขงเบ้ง(จูกัดเหลียง) แม้ว่าในท้ายที่สุดแล้วจ๊กก๊กจะไม่สามารถรวบแผ่นดินได้สำเร็จตามเจตจำนงของยอดกุนซือขงเบ้ง แต่หากพิจารณาจากไทม์ไลน์ใหญ่ในยุคสามก๊กและปัจจัยรอบด้านของจ๊กก๊กก็ต้องบอกว่า ยอดขุนศึกลำดับที่สองแห่งสามก๊กจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจาก ขงเบ้ง เพราะแม้ว่าจ๊กก๊กจะเริ่มต้นแบบติดลบไม่มีต้นทุนทั้งในส่วนของดินแดน และกำลังทหาร หรือกระทั่งทรัพย์สินเงินทองที่จะทัดเทียมกับวุยก๊กและง่อก๊กได้เลย แต่ด้วยสติปัญญาของขงเบ้งก็ทำให้ก๊กสายคุณธรรมของเล่าปี่สามารถก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาคานอำนาจกับโจโฉได้ยาวนานเลยทีเดียว และจะว่าไปแล้วหากวิเคราะห์ความพ่ายแพ้ของจ๊กก๊กกันอย่างเป็นธรรมต่อขงเบ้งก็ต้องบอกว่า ส่วนสำคัญเป็นเพราะความโลเลของผู้เป็นนายอย่างเล่าปี่ จะเห็นได้ว่าบ่อยครั้งการตัดสินใจที่โลเล ไม่เด็ดขาดของเล่าปี่นั้นทำให้การทำงานและแผนการต่าง ๆ ของขงเบ้งติดขัดไปด้วย 3. สุมาอี้ ขุนศึกที่ต้องยกให้เป็นที่สุดแห่งยุคสามก๊๊กในลำดับที่ 3 ก็แน่นอนว่าถึงคิวของสุมาอี้ ผู้รวมแผ่นดินจีนกลับเป็นหนึ่งได้สำเร็จนั่นเอง โดยแม้ว่าสุมาอี้จะโผล่มามีบทบาทในช่วงท้ายก่อนสิ้นสุดราชวงศ์ฮั่นแล้ว แต่ก็ต้องบอกว่าไม่ใช่เพียงโชคชะตาหรือความฟลุ๊คของเจ้าตัวที่โผล่มาตอนที่ฟ้าดินเป็นใจเท่านั้น หากแต่เป็นความอดทนในการซ่อนเขี้ยวเล็บของตนเองไว้อย่างยาวนาน โดยสุมาอี้แทรกซึมเข้ามาทำงานให้กับโจโฉและพยายามเก็บเนื้อเก็บตัวเพื่อให้เป็นที่ไว้วางใจแก่ตระกูลโจที่ขึ้นชื่อเรื่องความขี้ระแวง โดยเจ้าตัวอยู่ในฐานะของอาจารย์ที่คอยสอนตำหรับตำราให้แก่ลูกชายของโจโฉ กระทั่งในท้ายที่สุดสามารถยึดอำนาจจากตระกูลโจได้อย่างเบ็ดเสร็จและง่ายดาย ก่อนจะนำทัพวุยไปตีจ๊กก๊กของขงเบ้ง ต่อด้วยการลงไปตีเอาชนะง่อก๊๊กของซุนกวน รวมแผ่นดินสำเร็จและสถาปนาราชวงศ์จิ้นขึ้นมา 4. ซุนกวน รายต่อมาที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นหนึ่งในยอดขุนศึกของยุคสามก๊กก็คือ ซุนกวนแห่งง่อก๊กนั่นเอง ที่จริงต้องบอกว่าทั้งสติปัญญา กำลังทหาร พื้นเพปูมหลังต้องบอกว่าซุนกวนนั้นมีศักยภาพพอที่จะรวมแผ่นดินเป็นหนึ่งได้เลย แต่ด้วยธรรมชาติความรักสงบของเจ้าตัวนั้นทำให้การบริหารสถานการณ์แตกต่างไปจากจ๊กก๊กและวุยก๊ก โดยง่อก๊กภายใต้การนำของซุนกวนเน้นไปที่การพยายามรักษาฐานอำนาจเดิมของตนเองในพื้นที่ตะวันออกและตอนใต้ของแผ่นดิน ซุนกวนไม่ได้พยายามที่จะเดินเกมเชิงรุกเพื่อตีเอาชนะจ๊กก๊ก และวุยก๊ก แต่ถึงอย่างนั้นการตั้งรับของง่อก๊กก็ทำได้อย่างเหนียวแน่นมาโดยตลอด การที่จะจ๊กก๊ก และวุยก๊กจะนำทัพลงไปตีง่อก๊ก โดยต้องระแวดระวังการตลบหลังด้วยนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย และนั่นก็็ทำให้ง่อก๊กสามารถคานอำนาจกับ 2 ก๊กทางเหนือมาได้อย่างยาวนาน 5. โจผี ถึงแม้รากฐานของวุยก๊กจะถูกวางไว้โดยโจโฉ และโจผี ลูกชายคนรองของโจโฉจะถูกดูแคลนเรื่องสติปัญญาที่ด้อยกว่าพี่ชายรวมถึงน้อง ๆ อีกสองคน แต่ทว่าหากพิจารณาที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงก็ต้องบอกว่าโจผีถือได้ว่าเป็นหนึ่งในบุคคลที่สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์จีนช่วงปลายราชวงศ์ฮั่น เพราะเจ้าตัวเป็นคนที่ยึดอำนาจเบ็ดเสร็จจากราชวงศ์ฮั่นและบีบให้ฮ่องเต้ของรางวงศ์ฮั่นในขณะนั้นสละราชสมบัติและส่งจีนเข้าสู่ยุคสามก๊กโดยสมบูรณ์ เรียกได้ว่าเป็นคนที่ลบต้าฮั่นออกจากหน้าประวัติศาสตร์จีนนั่นเอง ในมุมของการสร้างอิมแพคกับหน้าประวัติจึงไม่อาจพลาดที่จะจัดเขาไว้อยู่ในยอดขุนศึกลำดับที่ 5 ณัฐเลิร์นกิฟต์ เขียน ภาพปก/ภาพประกอบ โดยผู้เขียน เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !