“ซิดนีย์” อุณหภูมิพุ่ง 33°C ร้อนทุบสถิติในรอบ 168 ปี

ออสเตรเลียกำลังเผชิญสภาพอากาศแปรปรวนอย่างรุนแรงในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ โดยหลายพื้นที่ทางตะวันออกของประเทศมีอุณหภูมิพุ่งสูงผิดปกติ ขณะที่บางพื้นที่กลับเผชิญหิมะตกและฝนตกหนัก
ที่นครซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ อุณหภูมิในช่วงต้นเดือนกันยายนเพิ่มสูงขึ้นแตะระดับเดียวกับค่าเฉลี่ยช่วงกลางฤดูร้อน โดยพื้นที่ชานเมืองหลายแห่งมีอุณหภูมิสูงถึง 33 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา สูงกว่าค่าเฉลี่ยของเดือนกันยายนมากถึง 13 องศาเซลเซียส
สถานีตรวจวัดอากาศที่ Badgerys Creek วัดอุณหภูมิได้ 33 องศาเซลเซียส ก่อนที่สถานี Observatory Hill ในใจกลางซิดนีย์จะวัดได้ 32.1 องศาเซลเซียสในเวลาต่อมา ขณะที่นักอุตุนิยมวิทยาคาดว่า ช่วง 5 วันแรกของเดือนกันยายน ซิดนีย์จะมีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยราว 27 องศาเซลเซียส ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยสูงสุดในช่วงกลางฤดูร้อน
นักอุตุนิยมวิทยาระบุว่า กระแสลมตะวันตกเฉียงเหนือที่พัดพาอากาศร้อนจากพื้นที่ตอนในทางตอนเหนือของประเทศลงสู่พื้นที่ชายฝั่ง ส่งผลให้อุณหภูมิในช่วงสุดสัปดาห์สูงกว่าค่าปกติอย่างมาก โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ และมีความเป็นไปได้ที่ฤดูใบไม้ผลิปีนี้จะมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าค่าฐานในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาเกือบ 3 องศาเซลเซียส
สภาพอากาศร้อน แห้ง และมีลมแรง ยังเพิ่มความเสี่ยงการเกิดไฟป่าอย่างมีนัยสำคัญ ทางการจึงประกาศ ห้ามก่อไฟโดยเด็ดขาดในพื้นที่มหานครซิดนีย์ พร้อมยกระดับการเฝ้าระวังภัยไฟป่าในหลายพื้นที่ของรัฐนิวเซาท์เวลส์และรัฐใกล้เคียง
ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่อื่นกลับแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว โดยบริเวณเทือกเขาสโนวีทางตอนใต้ของรัฐนิวเซาท์เวลส์ มีรายงานหิมะตก ในช่วงสายของวันที่ 5 กันยายน และสำนักงานอุตุนิยมวิทยาออสเตรเลียคาดว่าจะมีหิมะตกเพิ่มเติมบริเวณสถานีด้านบนของสกีรีสอร์ต โดยอุณหภูมิในช่วงกลางวันอาจลดลงถึง ติดลบ 1 องศาเซลเซียส
อย่างไรก็ตาม หิมะที่ตกลงมาใหม่อาจไม่สามารถช่วยฟื้นปริมาณหิมะสะสมในแหล่งเล่นสกีของออสเตรเลียได้มากนัก เนื่องจากฤดูหนาวที่ผ่านมาอากาศอบอุ่นกว่าปกติ ส่งผลให้ปริมาณหิมะสะสมในช่วงต้นเดือนกันยายนอยู่ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ แม้แต่ในพื้นที่ภูเขาที่มีระดับความสูงมากที่สุด
นอกจากนี้ หลายพื้นที่ยังเผชิญสภาพอากาศรุนแรง ทั้งลมกระโชกแรงในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย ซึ่งอาจมีความเร็วถึง 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนเสี่ยงทำให้ต้นไม้และหลังคาสิ่งปลูกสร้างได้รับความเสียหาย ขณะที่พื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐวิกตอเรียและตอนเหนือของรัฐแทสเมเนียมีฝนตกหนัก โดยบางพื้นที่อาจมีฝนสะสมสูงถึง 60 มิลลิเมตร และมีการประกาศเฝ้าระวังน้ำท่วม เนื่องจากพื้นที่รับน้ำมีความชุ่มน้ำสูงจากฝนที่ตกต่อเนื่องตลอดฤดูหนาว
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการจับตาปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” กำลังขยายตัวรุนแรง ทางตะวันออกของออสเตรเลีย โดยองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO ระบุว่า เอลนีโญกำลังทวีความรุนแรงและมีแนวโน้มส่งผลต่อเนื่องไปจนถึงช่วงต้นปี 2027 ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อคลื่นความร้อน ภัยแล้ง และไฟป่า โดยเฉพาะพื้นที่ทางตอนใต้และตะวันออกของออสเตรเลีย
ทั้งนี้ หน่วยงานด้านไฟป่าและการจัดการเหตุฉุกเฉินของออสเตรเลียประเมินว่า ความเสี่ยงไฟป่าอยู่ในระดับสูงในหลายพื้นที่ ได้แก่ ทางตอนเหนือและตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐควีนส์แลนด์ ตอนตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐแทสเมเนีย รวมถึงบางพื้นที่ของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย เซาท์ออสเตรเลีย วิกตอเรีย และพื้นที่ส่วนใหญ่ของนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
