รีเซต

BAFSลั่นยอดเติมQ4ดีด จ่อยื่นโซลาร์ชุมชน2-3เมก

BAFSลั่นยอดเติมQ4ดีด จ่อยื่นโซลาร์ชุมชน2-3เมก
ทันหุ้น
19 ตุลาคม 2569 ( 08:30 )

#BAFS #ทันหุ้น - BAFS   เผยยอดเติมน้ำมันไตรมาส 3/2569 ดี แม้เป็นช่วงโลว์ซีซัน มองไตรมาส 4 จะเร่งตัวขึ้นจากไฮซีซัน หนุนมั่นใจปีนี้โต 3-4% แตะ  5.4 พันล้านลิตร พร้อมจับตาสถานการณ์ของ THAI-AAV เตรียมยื่นโครงการโซลาร์ชุมชนขนาดประมาณ 2-3 เมกะวัตต์ แย้มผลงานปี 2570 เด่น รับ 2 แรงหนุน “Link Line -โรงไฟฟ้าขยะชุมชน”

นายจักรสนิท  กฤษสอาดใจ  รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานบัญชีและการเงินกลุ่มบริษัท  บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS ผู้ให้บริการระบบจัดเก็บ และเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน เปิดเผย กับ "ทันหุ้น" ว่า แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/2569 แม้ว่าจะเป็นช่วง Low Season แต่ยังสามารถรักษาระดับปริมาณการใช้น้ำมันได้ดี และคาดว่าจะเริ่มเห็นสัญญาณปริมาณการใช้น้ำมันได้ดีขึ้นมาในไตรมาส 4/2569 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซัน

@ยอดเติมปีนี้โต 3-4%

โดยบริษัทยังคงเป้าหมายปริมาณการเติมน้ำมันปี 2569 อยู่ที่ 5,400 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 3-4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) แม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นในไตรมาส 2/2569 ทำให้สายการบินชะงักไปสักช่วงหนึ่ง จากราคาน้ำมันที่สูง แต่ปัจจุบันเห็นภาพชัดเจนเป็นรูปแบบ K-Shape โดยสายการบิน Full Service ยังคงบินได้ตามปกติ ในขณะที่สายการบิน Low Cost มีการลดจำนวนเที่ยวบินลง 20-30% แต่สัดส่วนของ Low Cost มีเพียง 20% ของทั้งหมด ดังนั้นผลกระทบจึงค่อนข้างจำกัด

“ส่วนสถานการณ์ของ THAI และ AAV บริษัทได้มีการติดตามและบริหารความเสี่ยงอยู่ตลอด ซึ่งบริษัทคาดการณ์ว่าผลกระทบมีจำกัดมาก และรอไปลุ้นการเติบโตในไตรมาส 4/2569”

@เข้มบริหารต้นทุน

อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงเน้นปรับโครงสร้างภายในเพื่อให้อยู่กับราคาน้ำมันผันผวน  และเดินหน้าลดลดต้นทุน เช่น การติดตั้ง Solar Roof ซึ่งเปิดใช้งานแล้วที่สุวรรณภูมิ 500 กิโลวัตต์ พิจิตรและลำปางอีก 200 กิโลวัตต์ รวมเป็น 700 กิโลวัตต์ ช่วยลดต้นทุนพลังงานลงได้ถึง 30%

นอกจากนี้ยังนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในกระบวนการทำงาน เช่น การออกตั๋วน้ำมันและการทำ Route Planning หรือการวางแผนเส้นทางในการจัดส่งรถและบุคลากร ซึ่งสุวรรณภูมิรับรู้การลดต้นทุนได้ 100% และเริ่มขยายผลไปยังสนามบินดอนเมือง คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนลงได้อีกประมาณ 20%

รวมถึงในปลายปีนี้บริษัทจะนำระบบ Field Inventory Management System เข้ามาใช้ ซึ่งช่วยลดขั้นตอนและลดต้นทุนลงได้อีก 20% และเตรียมนำระบบบริหารคลังนี้ไปขยายใช้กับบริษัทย่อย เช่น ธุรกิจขนส่งน้ำมันทางท่อต่อไป

@เตรียมเข้าประมูลโซลาร์ชุมชน

ขณะที่บริษัทได้เตรียมร่วมเข้าประมูลโครงการโซลาร์ชุมชน ขนาดประมาณ 2-3 เมกะวัตต์ โดยเตรียมพื้นที่ข้างคลังน้ำมันลำปางไว้รองรับ หากบริษัทยื่นประมูลและได้รับการคัดเลือกสำเร็จ โครงการนี้จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตเข้าสู่พอร์ตพลังงานสะอาดของบริษัทขึ้นมาได้อีกเกือบ 10% คาดว่าจะมีความชัดเจนและเป็นโอกาสการดำเนินงานในปีหน้า ขึ้นอยู่กับกำหนดการและเงื่อนไขการเปิดประมูลอย่างเป็นทางการจากภาครัฐ

@ลุ้นปี 70 รับปัจจัยบวกใหม่

อย่างไรก็ดีในปี 2570 บริษัทจะมีแรงขับเคลื่อนการเติบโตจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1.โครงการก่อสร้างท่อเชื่อม (Link Line) มีความคืบหน้าการก่อสร้างแล้วกว่า 95% ซึ่งคาดว่าจะพร้อม COD ได้ภายในปีนี้ โดยสามารถรับน้ำมันจากภาคตะวันออกที่เชื่อมต่อกับโรงกลั่น 5 แห่ง คิดเป็นกำลังการผลิต 90% ของทั้งประเทศ ส่งขึ้นไปยังภาคเหนือได้ทันที ทำให้สร้างปริมาณการขนส่งเข้ามามหาศาล โดยโครงการก่อสร้างท่อเชื่อมจะเข้ามาเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ทำให้บริษัทสามารถทำกำไรจากการดำเนินงานได้ทันที เนื่องจาก บริษัท บาฟส์ขนส่งทางท่อ จำกัด หรือ BPT ยังมีผลขาดทุนอยู่

2.โครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน สุราษฎร์ธานี ภายใต้ชื่อ บริษัท สุราษฎร์ธานี อีโค พาวเวอร์ จำกัด กำลังการผลิตติดตั้งรวม 9.9 เมกะวัตต์  ที่ดำเนินการร่วมทุนกับ บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP ซึ่งถือหุ้น 50% ขณะที่ BAFS ถือหุ้น 30% และ Local Partner ในพื้นที่ ถือหุ้น 20% โดยคาดว่าจะเริ่มเปิด COD ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งจะรับรู้เข้ามาเป็นกำไรตามสัดส่วนการถือหุ้น

 “โรงไฟฟ้าขยะชุมชน สุราษฎร์ธานีนั้นตั้งอยู่ในพื้นที่บ่อขยะเดิม และได้รับการออกแบบโครงสร้างไว้อย่างถูกต้องตามมาตรฐาน ไม่ได้ตั้งอยู่ติดกับชุมชน จึงไม่มีปัญหาขยะลอยหรือการส่งกลิ่นรบกวนยามเกิดน้ำท่วม

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง