อังกฤษ เสียชีวิตจากโควิด "สายพันธุ์อินเดีย" แล้ว 4 คน

อังกฤษ เสียชีวิตจากโควิด "สายพันธุ์อินเดีย" แล้ว 4 คน
TNN ช่อง16
15 พฤษภาคม 2564 ( 18:54 )
48
อังกฤษ เสียชีวิตจากโควิด "สายพันธุ์อินเดีย" แล้ว 4 คน

วันนี้ (15 พ.ค.64) รัฐบาลอังกฤษเผยแพร่ข้อมูลอย่างเป็นทางการ เมื่อวานนี้ว่า มีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์สายพันธุ์อินเดียแล้ว 4 คน ช่วงระหว่างวันที่ 5-12 พฤษภาคม ซึ่ง เป็นครั้งแรกที่พบผู้เสียชีวิตจากเชื้อกลายพันธุ์ดังกล่าวในประเทศ

ทั้งนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์สายพันธุ์อินเดียเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าเป็น 1,313 คน จาก 520 คน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอังกฤษให้ความเห็นว่า ควรจะเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19โดสสอง รวมถึงการฉีดวัคซีนให้กับผู้อายุน้อย และกำหนดข้อจำกัดเพื่อจัดการกับการแพร่ระบาดของเชื้อกลายพันธุ์ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด

ด้านนักวิทยาศาสตร์กังวลมากขึ้นว่า วัคซีนโควิด-19 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันอาจมีประสิทธิภาพลดลงในการป้องกันเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์อินเดีย แต่กระทรวงสาธารณสุขอังกฤษชี้ว่า ยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่า เชื้อกลายพันธุ์นี้ส่งผลต่อความรุนแรงของโรคมากขึ้นหรือหลบเลี่ยงวัคซีน

ทั้งนี้ สาธารณสุขของอังกฤษ (Public Health England )ได้ เปลี่ยนสีระดับความมั่นใจ เรื่องความสามารถการแพร่กระจายของเชื้อโควิดกลายพันธุ์สายพันธุ์อินเดีย B.1.617.2 จากปานกลาง (Moderate) มาเป็นระดับสูง (High) เมื่อวานนี้ เนื่องจากมีหลักฐานชี้ชัดว่า ไวรัสสายพันธุ์นี้แพร่กระจายได้ไวกว่าสายพันธุ์ทั่วไป และอาจจะไวกว่าสายพันธุ์อังกฤษ B.1.1.7ส่วนประเด็นเรื่องของหนีวัคซีน และ หนีภูมิคุ้มกัน ยังไม่เปลี่ยนสี เนื่องจากยังต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มขณะที่ ความรุนแรงของการก่อโรคยังไม่มีสี เพราะ ไม่มีหลักฐานบ่งชี้ที่มากพอ

ช่วง 1 - 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสผู้ป่วยโควิด-19 ใน 2 เมืองของอังกฤษคือ Blackburn (แบล็คเบิร์น) และ Bolton (โบลตัน)เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่ง ทีมวิจัยของอังกฤษทำการถอดรหัสพันธุกรรมของตัวอย่างไวรัสที่เป็นสาเหตุของการเพิ่มขึ้นของเคส พบว่า ส่วนใหญ่เป็นไวรัสสายพันธุ์อินเดีย B.1.617.2 โดยสายพันธุ์อื่นๆ มีแนวโน้มลดลง ทำให้ค่อนข้างชัดเจนว่า B.1617.2 แพร่กระจายได้ไว และ เป็นสาเหตุของเคสที่สูงขึ้น

แต่ เมื่อทีมวิจัยเก็บข้อมูลลงรายละเอียดในเคสเหล่านั้น จะเห็นได้ชัดว่า กลุ่มที่ป่วยเป็นโควิดคือกลุ่มที่อายุน้อย ตั้งแต่ 5 - 59 ปี โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กและวัยรุ่นเป็นกลุ่มที่พบติดเชื้อสูงสุดทั้ง 2 เมือง และที่น่าสนใจคือ กลุ่มผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปี ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วน ไม่เห็นการเพิ่มขึ้นของเคสเหมือนกลุ่มอื่นๆ 

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักวิจัยด้านไวรัสวิทยา จากไบโอเทค กล่าวถึงข้อมูลนี้ โดยระบุว่าถือเป็นข่าวดี เพราะเป็นการบอกว่าวัคซีนที่อังกฤษฉีดให้กับผู้สูงอายุ ซึ่ง ส่วนใหญ่จะเป็นวัคซีนของแอสตราเซเนกา มีแนวโน้มได้ผลต่อการควบคุมสายพันธุ์อินเดียตัวนี้ แต่ข้อมูลยังถือว่าใหม่เกินที่จะสรุปได้อย่างเต็มที่ โดยต้องดูข้อมูลของกลุ่มผู้สูงอายุต่อไปอีก ส่วนข้อมูลที่จำเป็นต้องติดตามต่อคือ ในจำนวนคนอายุน้อยที่เห็นเคสเพิ่มขึ้นมานี้ มีกี่เปอร์เซ็นต์ที่ได้รับวัคซีนไปแล้วบ้าง และ จำนวนคนป่วยหนักต้องเข้าโรงพยาบาล จะมีมากหรือน้อยกว่าตอนสายพันธุ์อังกฤษ B.1.1.7 ระบาด ซึ่ง จะทำให้เรารู้จักไวรัสตัวนี้มากขึ้น


 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง