ศาสตร์สามก๊ก: ทำไมสุมาอี้ สามก๊กรวมแผ่นดินได้สำเร็จ เคล็ดลับความสำเร็จฉบับช้าแต่ชัวร์ หากใครเคยได้ติดตามอ่านวรรณกรรมเลื่องชื่อ สามก๊ก กันมาบ้างก็น่าจะพอทราบบทสรุปว่าท้ายที่สุดแล้วผู้ที่รวมแผ่นดินจีนกลับเป็นหนึ่งในได้สำเร็จก็คือ สุมาอี้ ชายจากตระกูลสุมา กุนซือผู้เก็บซ่อนเขี้ยวเล็บของตนเองไว้เนิ่นนาน ทั้ง ๆ ที่แผ่นดินจีนในกลียุคเวลานั้นเต็มไปด้วยยอดนักรบและกุนซือมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโจโฉผู้ก่อตั้งวุยก๊กเอง ขงเบ้งกุนซือและผู้นำแห่งจ๊กก๊ก ซุนกวนผู้นำง่อก๊กที่มีทัพทหารกังตั๋งสุดแข็งแกร่ง ซึ่งนับว่าล้วนเป็นกระดูกชิ้นโตที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจโค่นล้มลงได้ง่าย ๆ ทว่าที่สุดแล้วประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของแผ่นดินจีนกลับถูกเขียนโดยตระกูลสุมาที่รวมแผ่นดินสำเร็จและสถาปนาราชวงศ์จิ้นขึ้นมาในภายหลัง ในวันนี้เราจึงจะมาเผยเคล็ดลับความสำเร็จของ จิ้งจอกเฒ่า สุมาอี้ ให้ได้ทราบกันว่าเพราะอะไรชายผู้นี้จึงสยบได้ทั้งโจโฉ ขงเบ้ง และซุนกวน 1. เรียกความสนใจจากผู้เป็นนาย ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีไปอยู่แบบสงบเสงี่ยมเจียมตัว หลายคนอาจจะเข้าใจว่าหนึ่งในเคล็บลับสู่ความสำเร็จของสุมาอี้ก็คือการอยู่แบบสงบเสงี่ยมเจียมตัวตั้งแต่แรก เพื่อที่จะได้ไม่เป็นที่สนใจของผู้คนและศัตรู ทว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่สุมาอี้ทำในตอนแรกนั้นแตกต่างออกไป เมื่อครั้งพบกับโจโฉครั้งแรก เหล่าขุนนางที่ฟังโจโฉปราศรัยต่างก็แสดงความเห็นด้วยและยกยอสิ่งที่ผู้นำวุยก๊กรายนี้กล่าว ทว่าสุมาอี้กลับแสดงท่าทีไม่สนใจและบอกกับโจโฉไปตรง ๆ ว่าสิ่งที่เขากล่าวนั้นมันน่าเบื่อ เป็นสิ่งที่ตนรู้อยู่แล้วไม่ต่างไปจากแม่ทัพ หรือผู้นำคนอื่น ๆ ที่มักชอบอวดอ้างความคิดอ่านของตนเอง ซึ่งสิ่งที่สุมาอี้ทำนั้นก็เพื่อหวังผลที่จะได้รับความสนใจจากผู้เป็นนายและได้รับมอบหมายให้ทำงานใหญ่ในอนาคต เพราะหากเขาทำตัวกลืนกินไปกับขุนนางรายอื่น ๆ ตั้งแต่แรก เขาก็อาจจะถูกโจโฉผู้เป็นนายมองข้ามไปและไม่ถูกเรียกใช้ให้ทำงานใหญ่เหมือนกับขุนนางอีกนับสิบนับร้อยคน 2. เก็บซ่อนเป้าหมายและความปรารถนาเอาไว้ คุณสมบัติหนึ่งที่ต้องบอกว่าหาได้ยากในทุกยุคสมัยก็คือการเก็บซ่อนเป้าหมายและความปรารถนาของตนเองเอาไว้ ซึ่งโดยทั่วไปธรรมชาติของคนเรามักอยากที่จะป่าวประกาศเป้าหมาย ความปรารถนาของตนเองออกไปให้ผู้คนรับรู้ ทว่าสุมาอี้กลับแตกต่างออกไป แม้ว่าเจ้าตัวจะมีเป้าหมายอยากครอบครองแผ่นดิน แต่เป้าหมายดังกล่าวไม่เคยหลุดออกจากปากเขาแม้แต่น้อย เพราะเขาทราบดีว่าหากแพร่งพรายออกไป ศัตรูจะปรากฎขึ้นรอบทิศทางในทันที 3. ไม่หยาบคายใส่ผู้อื่น แม้กับคนที่มีศักดิ์ต่ำกว่า อีกหนึ่งคุณสมบัติที่ต้องบอกว่าหาได้ยากยิ่งเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับช่วงกลียุคที่เต็มไปด้วยการแบ่งแยก และชิงดีชิงเด่นกันก็คือ การเฝ้าระวังพฤติกรรมและคำพูดตนเองไม่ให้หลุดหยาบคายใส่ผู้อื่นนั่นเอง ซึ่งสุมาอี้ทำได้ เจ้าตัวไม่เคยหยาบคายใส่แม้แต่กับทหารที่ยศต่ำต้อย หรือขุนนางที่ต่ำศักดิ์กว่าตนเอง และนั่นก็ทำให้เมื่อถึงคราวลงมือเผด็จศึกยึดอำนาจวุยก๊กทำให้เจ้าตัวได้รับความร่วมมือจากคนทุกชนชั้น และหากเราวิเคราะห์ในทางตรงกันข้ามก็อาจจะพอจินตนาการภาพตามกันได้ว่าหากเจ้าตัวเคยประพฤติหยาบคายใส่ผู้อื่น บางทีแม้เพียงทหารเฝ้ายามเล็ก ๆ สักรายที่เคยโกรธแค้นเจ้าตัวก็อาจทำลายแผนการของเจ้าตัวให้พังไม่เป็นท่าได้เลย 4. ไม่คบหากับขุนนางขี้ประจบสอพลอ แม้ว่าสุมาอี้จะไม่หยาบคายใส่ผู้อื่น แต่ขณะเดียวกันชายจากตระกูลสุมาผู้นี้ก็ระมัดระวังตัวในการคบหาผู้คนอยู่พอสมควร เรียกได้้ว่าถึงจะดูสุภาพ เป็นมิตรกับผู้อื่น แต่ก็ใช่ว่าเจ้าตัวจะยอมให้ใครเข้าหาและตีสนิทได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเหล่าขุนนางขี้ประจบสอพลอที่มักพยายามจับผิดขุนนางรายอื่นและนำเรื่องราวไปแจ้งกับโจโฉนั้น เจ้าตัวมักหลีกเลี่ยงที่จะคบหาหรือสนทนาด้วย และนั่นก็ทำให้เรื่องราวในแง่ลบของเจ้าตัวไม่เคยถูกส่งไปถึงโจโฉเลย และถึงแม้จะมีเกิดขึ้นบ้างจากการใส่ร้ายป้ายสี แต่ด้วยความที่เรื่องราวมีมูลไม่มากพอมันจึงไม่ส่งผลร้ายใด ๆ มาถึงเจ้าตัว 5. คอยอ่านเกมศัตรูอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าสุมาอี้จะเก็บซ่่อนเป้าหมายและแผนการของตนเองไว้้อย่างมิดชิด แต่่สิ่งหนึ่งที่เขาทำเสมอก็คือไม่ประมาท และคอยอ่านเกมของศัตรูอยู่ตลอดเวลา จะเห็นได้ว่าช่วงเวลาหนึ่งโจโฉเคยส่งนางสนมที่ยังอ่อนเยาว์และมีรูปร่างหน้าตาสะสวยมาคอยปรนนิบัติ โดยหวังใช้ความงามและเสน่ห์ของผู้หญิงล้วงความคิดอ่านของสุมาอี้ แต่ทว่าถึงแม้สนมงามดังกล่าวจะปรนนิบัติสุมาอี้ดีขนาดไหน แต่เจ้าตัวก็ไม่เคยหลุดพูดอะไรที่จะนำภัยมาสู่ตนเองเลย ตรงกันข้ามกับแสร้งขอบคุณยกยอโจโฉ กระทั่งสนมคนดังกล่าวก็ยังเชื่ออย่างสนิทใจว่าเจ้าตัวไม่น่าจะคิดร้ายกับสกุลโจ 6. แกล้งป่วย หนึ่งในกลยุทธ์ที่ต้องบอกว่าเป็นหมัดเด็ด และทำให้โจโฉและบรรดาแม่ทัพ ขุนนางแห่งวุยก๊กมองข้ามศักยภาพในการโค่นล้มสกุลโจของสุมาอี้ก็คือการแสร้งป่วยนั่นเอง ซึ่งแม้ว่าการแกล้งป่วยดูจะเป็นกลยุทธ์ตื้น ๆ ที่ใครก็สามารถทำได้และอาจถูกนึกสงสัยได้ง่าย แต่สิ่งที่ชายจากตระกูลสุมารายนี้ทำนั้นแตกต่างไปจากคนอื่น ๆ เขาใส่ใจในทุกรายละเอียด เก็บเนื้อเก็บตัวอยู่บ้าน ไม่ออกไปพบใคร แม้กับขุนนางที่สนิทสนมกัน และแม้ว่าจะมีใครมาพบที่บ้าน จะเป็นบุคคลที่ยศสูงศักดิ์หรือต่ำต้อยเพียงใด เจ้าตัวก็ยังคงแสร้งแสดงอาการป่วยออกมาอย่างสม่ำเสมอ จึงทำให้ผู้คนเชื่อสนิทใจว่าเจ้าตัวป่วยจริง ๆ 7. ตวัดดาบเพียงครั้งเดียว แต่ลับคมดาบมานับสิบปี อีกหนึ่งเคล็ดลับและคุณสมบัติสู่ความสำเร็จที่หาได้ยากยิ่งจากผู้คนในสังคมก็คือวินิยในการฝึกซ้อม กระทั่งการคิดอ่านวางแผนสำหรับเป้าหมายต่าง ๆ นั่นเอง โดยครั้งหนึ่งสุมาอี้เคยกล่าวว่าเขาลงมือตวัดดาบเพียงครั้งเดียวก็จริง แต่รู้ไหมว่าเขาลับคมดาบมานับสิบปีแล้ว ซึ่งถือเป็นบทสรุปของการมีวินัย และการจดจ่ออยู่กับแผนการ เป้าหมายของชายผู้นี้ได้ดีที่สุด 8. เคารพศัตรูเสมอ อีกหนึ่งคุณสมบัติที่ต้องบอกว่าสุมาอี้มีเหนือกุนซือและแม่ทัพรายอื่น ๆ ในยุคสามก๊ก และเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เจ้าตัวกลายเป็นผู้ชนะตัวจริงและสามารถรวมแผ่นดินได้สำเร็จก็คือ การเคารพศัตรูนั่นเอง ทั้งโจโฉ และขงเบ้ง ต่างถูกสุมาอี้มองด้วยสายตาที่เคารพในฝีมือและความสามารถเสมอ ซึ่งนั่นก็ทำให้เจ้าตัวไม่เคยประมาทความคิดอ่านของศัตรูเลย โดยในการยกทัพวุยก๊กไปสู้รบกับทัพจ๊กก๊กของขงเบ้ง จะเห็นได้ว่ามีหลายครั้งหลายคราที่สุมาอี้เลือกที่จะซุ่มเงียบ ตั้งรับแทนที่จะออกไปประมือกับขงเบ้งตรง ๆ เพราะเขารู้แก่ใจดีว่าขงเบ้งเป็นยอดกุนซือ นักวางแผน ซึ่งการเลือกออกไปฟาดฟันกันตรง ๆ คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเอาชนะขงเบ้งได้ แม้กระทั่งเมื่อตอนที่ขงเบ้งเสียชีวิตไปแล้ว เจ้าตัวก็ยังคิดว่าอาจจะเป็นกลอุบายของขงเบ้งที่หลอกให้ตนเองตายใจ และทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็คือเคล็ดลับสู่ความสำเร็จในการรวมแผ่นดินฉบับช้าแต่ชัวร์ของสุมาอี้ ชายผู้จบกลียุคที่ยืดเยื้อแห่งแผ่นดินจีน ผู้เป็นรากฐานของการสถาปนาราชวงศ์จิ้นขึ้นมาทดแทนราชวงศ์ฮั่นในวลาต่อมา ณัฐเลิร์นกิฟต์ เขียน ภาพปก/ภาพประกอบ โดยผู้เขียน เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !