ราชกิจจาฯ ประกาศกฎกระทรวงฯ "รถยนต์ส่วนบุคคล" จดทะเบียนให้บริการรับจ้างผ่านแอปฯ

ราชกิจจาฯ ประกาศกฎกระทรวงฯ "รถยนต์ส่วนบุคคล" จดทะเบียนให้บริการรับจ้างผ่านแอปฯ
TNN ช่อง16
24 มิถุนายน 2564 ( 15:22 )
20
ราชกิจจาฯ ประกาศกฎกระทรวงฯ "รถยนต์ส่วนบุคคล" จดทะเบียนให้บริการรับจ้างผ่านแอปฯ

วันนี้ (24 มิ.ย.64) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2564 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้ประกาศเผยแพร่กฎกระทรวง รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2564 ซึ่งได้กำหนดให้รถยนต์ หรือการนำรถยนต์นั่งส่วนบุคคลมาจดทะเบียนเปลี่ยนประเภท เป็นรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) จะต้องออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข การรับรองผู้ให้บริการ และแอปพลิเคชัน ที่จะนำมาให้บริการตามฐานอำนาจที่กำหนดในร่างกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว โดยจะรับฟังความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้องและออกประกาศ โดยใช้เวลาประมาณ 1 เดือน (30 วัน)

 

 

 

ทั้งนี้ เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงดังกล่าว เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนนำทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดตามแนวทางเศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy) โดยการให้ประชาชนสามารถนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาให้บริการรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งสอดคล้องกับบริบทของสังคมและวิถีการใช้ชีวิตของประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน ประกอบกับเกิดความเรียบร้อยและความปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร รวมถึงยังเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน และเพิ่มทางเลือกในการใช้บริการรถยนต์รับจ้างอีกด้วย

 

 

 

สำหรับสาระสำคัญของกฎกระทรวงฯ นั้น นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ได้แบ่งการจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1.ขนาดเล็กมีกำลังในการขับเคลื่อนตั้งแต่ 50-90 กิโลวัตต์ 2.ขนาดกลางมีกำลังในการขับเคลื่อนมากกว่า 90 กิโลวัตต์ แต่ไม่เกิน 120 กิโลวัตต์ และ 3.ขนาดใหญ่ มีกำลังในการขับเคลื่อนมากกว่า 130 กิโลวัตต์ขึ้นไป ทั้งนี้ กรณีเป็นรถที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนต้องมีความเร็วสูงสุดได้ไม่น้อยกว่า 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

 

 

ทั้งนี้ ในการรับจดทะเบียนเป็นรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์นั้น ให้จดทะเบียนได้เพียงคนละ 1 คัน ขณะที่ รถที่จะรับจดทะเบียนเป็นรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ต้องเป็นรถที่มีประตูไม่น้อยกว่า 4 ประตู และต้องมีลักษณะเป็นรถเก๋ง 2 ตอน, รถเก๋ง 2 ตอนแวน, รถเก๋ง 3 ตอน, รถเก๋ง 3 ตอนแวน, รถยนต์นั่ง 2 ตอน, รถยนต์นั่ง 2 ตอนแวน, รถยนต์นั่ง 3 ตอน, รถยนต์นั่ง 3 ตอนแวน หรือรถยนต์ลักษณะอื่นตามที่อธิบดี ขบ. ประกาศกำหนด โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี

 

 

 

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ต้องมีและใช้อุปกรณ์เครื่องสื่อสาร เพื่อการรับงานจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ ขบ.ให้การรับรอง ซึ่งอย่างน้อยต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับตัวรถและผู้ขับรถ ระบบการแสดงตัวตนของผู้ขับรถ ระบบการคิดอัตราค่าโดยสารล่วงหน้า ระบบติดตามตัวรถ ระบบตรวจสอบเวลาและสถานที่รับส่ง และระบบแจ้งการร้องเรียนหรือขอความช่วยเหลือ ทั้งนี้ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ต้องดำเนินการโดยผู้ให้บริการระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ ขบ.ให้การรับรอง รวมทั้งต้องมีการจัดเก็บข้อมูล ที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างน้อย 1 เดือน

 

 

 

นอกจากนี้ รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้ใช้สีของตัวถังรถตามสีเดิมที่ปรากฏในใบคู่มือการจดทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ก่อนการจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทเป็นรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และให้มีอายุการใช้งานได้ไม่เกิน 9 ปีนับแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก ในกรณีที่รถยนต์ครบอายุการใช้งาน 9 ปีแล้ว ให้เจ้าของรถนำใบคู่มือจดทะเบียนรถไปแสดงต่อนายทะเบียน เพื่อบันทึกหลักฐาน การระงับทะเบียนหรือเปลี่ยนประเภทรถ ทั้งนี้ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ครบอายุการใช้งาน

 

 

 

ทั้งนี้ แผ่นป้ายทะเบียนรถของรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้มีขนาด ลักษณะ และสีเช่นเดียวกับแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคน โดยอาจให้ใช้แผ่นป้ายทะเบียน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคนเดิมก็ได้ นอกจากนี้ ต้องมีการตรวจสภาพรถตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 15 ทวิ รวมทั้งต้องรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยทั้งภายนอกและภายในตัวรถ

 

 

 

นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า ส่วนอัตราค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารและค่าบริการอื่น สำหรับรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ได้กำหนดไว้ว่า รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก และขนาดกลางให้กำหนดโดยถือเกณฑ์ระยะทาง 2 กิโลเมตร (กม.) แรก ไม่เกิน 50 บาท และ กม.ต่อๆ ไป กม.ละไม่เกิน 12 บาท ในกรณีที่ระบบการคิดอัตราค่าโดยสารล่วงหน้าประเมินสภาพการจราจรว่า ไม่สามารถเคลื่อนที่หรือเดินรถต่อไปได้ตามปกติวิสัย ในอัตรานาทีละไม่เกิน 3 บาท ในส่วนกรณีการจ้างผ่านศูนย์บริการสื่อสารหรือระบบสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ กำหนดได้ไม่เกิน 50 บาทและค่าบริการเพิ่มกรณีอื่น กำหนดได้ไม่เกิน 200 บาท

 

 

 

อย่างไรก็ตาม ขณะที่ รถขนาดใหญ่ กำหนดค่าจ้างบรรทุกคนโดยสาร โดยถือเกณฑ์ระยะทาง 2 กม.แรก ไม่เกิน 200 บาท และ กม.ต่อๆ ไป กม.ละไม่เกิน 30 บาท ในกรณีที่ระบบการคิดอัตราค่าโดยสารล่วงหน้า ประเมินสภาพการจราจรว่าไม่สามารถเคลื่อนที่หรือเดินรถต่อไปได้ตามปกติวิสัย ในอัตรานาทีละไม่เกิน 10 บาทส่วนกรณีการจ้างผ่านศูนย์บริการสื่อสารหรือระบบสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์กำหนดได้ ไม่เกิน 100 บาท และค่าบริการเพิ่มกรณีอื่น กำหนดได้ไม่เกิน 200 บาทอย่างไรก็ตาม การเรียกเก็บค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารนั้น ให้เรียกเก็บตามจำนวนเงินซึ่งคำนวณโดยระบบการคิดอัตราค่าโดยสารล่วงหน้าที่ปรากฏในอุปกรณ์เครื่องสื่อสาร เพื่อการรับงานจ้าง โดยต้องแจ้งให้คนโดยสารทราบก่อนทำการขนส่งผู้โดยสารคนนั้น

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง