MULLET MADJACK คือเกมแอ็กชันเดินหน้ายิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง ที่มีสไตล์ภาพ 2D ผสมกับ 3D ชวนให้คิดถึงเกม Doom หรือ Wolfenstein ภาคเก่า ๆ แม้เกมนี้จะเป็นผลงานแรกของสตูดิโอเอ็นดี้สัญชาติบราซิลอย่าง HAMMER95 แต่กลับเปิดตัวได้อย่างยอดเยี่ยมและน่าจดจำ ด้วยงานภาพสไตล์อนิเมะญี่ปุ่นยุค 80s-90s ธีม Cyberpunk สีสันฉูดฉาดสะดุดตา และผสมผสานเข้ากับเกมเพลย์แนว Roguelite ที่รวดเร็วดุดันได้อย่างลงตัว เนื้อเรื่องจะเซ็ตอยู่ในโลกยุคอนาคตที่มนุษย์และอินเทอร์เน็ตได้หลอมรวมกันเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ ซึ่งมนุษย์ต้องการสารโดปามีนทุก ๆ 10 วินาที ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะตาย โลกในตอนนี้ถูกปกครองโดยเหล่าหุ่นยนต์ AI ที่เรียกว่า "Robillionaires" และผู้ที่กล้าใช้ชีวิตทุก ๆ 10 วินาที เพื่อฆ่าหุ่นยนต์เหล่านี้จะถูกเรียกว่า "Moderators" โดยเราจะได้สวมบทเป็น Jack Banhammer ชายผู้ไว้ผมทรง Mullet สุดเท่ นิสัยพูดน้อยแต่ต่อยหนัก ซึ่งเขาเป็นหนึ่งใน Moderators ที่ถูกว่าจ้างจาก Peace Corp ให้ไปช่วยเจ้าหญิงอินฟลูเอนเซอร์จากตึกระฟ้าที่เต็มไปด้วยพวกหุ่นยนต์ เพื่อแลกกับรองเท้าคู่ใหม่สุดเท่ ในส่วนของเกมเพลย์นั้นจะเน้นแข่งกับเวลา โดยเกมนี้แตกต่างจากเกมอื่น ๆ ตรงที่ว่าระบบหลอดเลือดของเกมนี้มาในรูปแบบของ "เวลา" ซึ่งมีเพียงแค่ 10 วินาที และยังสามารถลดลงได้ทันทีตามดาเมจที่เราได้รับอีกด้วย โดยผู้เล่นจะได้รับเวลาเพิ่มก็ต่อเมื่อสังหารศัตรู การดื่มกระป๋องโซดาจากตู้ขายเครื่องดื่มอัตโนมัติ และการใช้ท่าไม้ตายกับศัตรูด้วยไอเท็มต่าง ๆ ซึ่งเวลา 10 วินาทีนี้จะใช้ไปกับการฝ่าฝันชั้นต่าง ๆ ภายในตึกระฟ้าที่เต็มไปด้วยหุ่นยนต์ ในทุก ๆ ชั้นที่ผู้เล่นผ่านมาได้จะได้รับรางวัลเป็น Upgrades ต่าง ๆ ด้วยความที่ว่าเกมนี้เป็นแนว Roguelite ซึ่งหมายความว่าหากเราตาย ของทุกอย่างจะหายหมด ทั้งอาวุธและ Upgrades และต้องเริ่มใหม่จาก Checkpoint ล่าสุด (ทุก ๆ 10 ชั้น) ซึ่งสร้างความหงุดหงิดได้ไม่น้อย ดั้นนั้นเกมนี้จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการทำเวลาอย่างเดียว แต่ต้องวางแผนจับคู่อาวุธกับ Upgrades ให้เหมาะสมกัน และค่อย ๆ เล่นอย่างมีสติไม่รีบร้อนจนเกินไป สำหรับทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ผู้เขียนอยากจะแนะนำคือ ให้ตั้งสติไว้ตลอด อย่าเผลอชะล่าใจ มีหลายครั้งที่ผู้เขียนคิดว่า Build ของตนนั้นไร้เทียมทาน จนกระทั่งพลาดมาตกม้าตายชั้นหลัง ๆ ที่อีกนิดเดียวก็จะถึง Checkpoint แล้ว และแนะนำให้ระวังหุ่นยนต์ที่ถือปืนลูกซองให้ดีเพราะตัวนี้ทำดาเมจหนักมาก เป็นสาเหตุให้ผู้เขียนต้องเริ่มเล่นใหม่มากที่สุด สุดท้ายนี้แม้ดาบคาตานะจะดูเท่ แต่ผู้เขียนไม่แนะนำให้เลือกใช้นัก เพราะเมื่อไปถึงห้องบอส (ทุก ๆ 10 ชั้น) ดาบคาตานะมักไม่ค่อยมีประสิทธิภาพต่อกรดีนักกับบอสเกมนี้ที่ต้องเน้นรักษาระยะห่างเพื่อหลบดาเมจที่รุนแรง โดยรวมแล้ว MULLET MADJACK มีความยาวของเกมที่ไม่มากนักประกอบกับความยากที่อยู่ในระดับพอดี พร้อมงานภาพและดนตรีสไตล์เรโทร องค์ประกอบเหล่านี้อาจทำให้เราเผลอเล่นเพลินจนลืมเวลา เกมนี้จึงเหมาะแก่การเล่นฆ่าเวลาเป็นอย่างยิ่ง แต่เพราะความยาวของเกมที่เรียกได้ว่าค่อนข้างสั้นนี้ ซึ่งสั้นกว่าเกมอินดี้อื่น ๆ ที่อยู่ในราคาเดียวกัน จึงอาจเป็นตัวเลือกที่ผู้เขียนอยากให้พิจารณาซื้อตอนลดราคาจึงจะคุ้มค่าที่สุด สรุป หากคุณเป็นคนที่ชอบเกม FPS สไตล์ Doom ความยากสไตล์เกมแนว Roguelite และงานภาพกับเสียงสไตล์อนิเมะย้อนยุค MULLET MADJACK เป็นเกมที่คุณควรพลาดในชีวิต รูปภาพทั้งหมดโดยเจ้าของบทความ เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !