คงไม่มีใครได้ทันคาดคิดว่าโรคระบาดจากเชื้อโคโรนาไวรัส “โควิด-19” จะส่งผลกระทบสั่นสะเทือนต่อทั้งระบบสาธารณสุขทั่วโลกไปจนถึงระบบเศรษฐกิจได้มากมายถึงเพียงนี้ เพราะโควิด-19 ไม่เพียงทำให้ผู้คนต้องเจ็บป่วยและเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมากเท่านั้น แต่เพราะการต้องมีมาตรการ Lock down เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อ จึงส่งผลให้ประชาชนเกือบทุกคนได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นการที่ไม่สามารถไปทำงานค้าขายได้ตามปกติ หน่วยงานห้างร้านและธุรกิจต่าง ๆ ก็ต้องปิดตัวลงหรือยุติกิจการชั่วคราว ผู้คนจำนวนมากต้องออกจากงาน ถูกเลิกจ้าง โดยที่มาตรการการเยียวยาของรัฐอาจเข้าไม่ถึงกลุ่มคนเหล่านี้ และหลายคนต้องขาดรายได้โดยที่รายจ่ายต่าง ๆ ยังคงที่ เมื่อขาดงานขาดรายได้ ทันทีที่โรงพยาบาลที่ผู้เขียนทำงานอยู่เปิดรับ “พนักงานฝ่ายเภสัชกรรม” จำนวน 2 ตำแหน่ง ก็มีผู้ให้ความสนใจเข้ามาสมัครกันอย่างล้นหลามถึง 26 คน จากปกติที่เคยเปิดรับในตำแหน่งเดียวกันนี้จะมีผู้ที่มาสมัครประมาณ 5 คนเท่านั้น ในทีแรกผู้เขียนได้คาดการณ์ไว้ว่าไม่น่าจะมีคนให้ความสนใจในตำแหน่งงานในโรงพยาบาลมากนัก เพราะอย่างที่ทราบกันดี โรงพยาบาลถือเป็นจุดเสี่ยงที่สำคัญที่สุดในการได้รับเชื้อ แต่เมื่อสิ้นสุดวันรับสมัคร จำนวนผู้สมัครในครั้งนี้กลับทำให้ผู้เขียนและกรรมการในฝ่ายรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งก็พอเข้าใจได้ว่าการวางมาตรการ Lock down ที่ขาดการจัดการและเยียวยาอย่างทั่วถึงนั้นได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในอีกด้านหนึ่งได้เช่นไร เอกสารประกอบการรับสมัครงาน สำหรับตำแหน่งพนักงานฝ่ายเภสัชกรรม เอกสารประกอบการสมัครงานที่ต้องใช้จะประกอบด้วย “วุฒิการศึกษา” และ “ใบสมัคร” พร้อมรูปถ่ายแบบสุภาพที่เป็นปัจจุบัน การทดลองงานและการประเมิน เมื่อสิ้นสุดระยะเวลารับสมัคร ก็จะเข้าสู่การทดลองงานในฝ่าย ผู้สมัครจะต้องเข้ามาทดลองงานในฝ่ายเภสัชกรรมทั้งหมด 3 วันด้วยกัน การทดลองงานจะแบ่งเป็นการทำงานในส่วนของผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน และคลังยา และคะแนนการประเมินจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนได้แก่ ความสามารถในการทำงาน การตอบคำถามข้อเขียน และการสัมภาษณ์กับคณะกรรมการ โดยจะแบ่งกลุ่มผู้สมัครเป็นกลุ่มละ 3 คน ฝึกงานในส่วนต่าง ๆ ที่ละ 1 วัน และเวียนงานจนครบ 3 วัน ภาพประกอบ : การทำยา Pre-pack (การแบ่งบรรจุยาเป็นขนาดบรรจุจำนวนต่าง ๆ ) ให้พร้อมสำหรับการหยิบจ่ายได้ทันที ทักษะใดบ้าง ที่คณะกรรมการมองหา สิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้าทดลองงานให้ตรงต่อเวลาตามที่กำหนด การมาสายในช่วงทดลองงานนั้นอาจส่งผลถึงการขาดความรับผิดชอบของผู้สมัครได้ สำหรับการทำงานในตำแหน่งพนักงานห้องยานั้น ก็จะมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบหลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการจัดยาตามใบสั่งยา การใช้งานโปรแกรม HosXP ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบยา การขนและจัดเรียงยาเข้าชั้น เป็นต้น ซึ่งชื่อยาบนใบสั่งยานั้นจะถูกเขียนเป็นภาษาอังกฤษ ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงจะต้องมีความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษได้ ต้องมีความคุ้นชินการทำงานกับคอมพิวเตอร์ และจะต้องสามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การทำงานในห้องยาก็มีความจำเป็นที่จะต้องสื่อสารพูดคุยกับบุคคลอื่น ๆ ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นกับผู้ป่วย กับเพื่อนร่วมงานด้วยกัน ดังนั้นทั้งบุคลิกภาพที่ดี ทักษะการพูดคุยสื่อสาร การแสดงความคิดเห็น การทำงานเป็นทีม การมีความกระตือรือร้นใส่ใจในการทำงาน การให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน ไปจนถึงการรับแรงกดดันจากความเร่งรีบจากการที่มีผู้ป่วยจำนวนมากในแต่ละวัน จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการทำงานเป็นอย่างยิ่ง สำหรับสิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติในระหว่างการทดลองงาน ก็ได้แก่การนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือ การจับกลุ่มคุยกันกับผู้สมัครท่านอื่น ๆ ในเวลางาน การนั่งเฉย ๆ อยู่เงียบ ๆ คนเดียว ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงที่ว่าง สิ่งที่ผู้สมัครควรทำคือการสอบถามเจ้าหน้าที่ท่านอื่นในเรื่องเกี่ยวกับงาน หรือพยายามเรียนรู้เนื้องานให้ได้มากที่สุด ภาพประกอบ : ตัวอย่างฉลากยารูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ ยาเม็ด ยาหยอดตา ยาฉีดอินซูลิน และยาน้ำเชื่อม การสัมภาษณ์งาน สำหรับการสัมภาษณ์งาน สิ่งที่คณะกรรมการใช้ประกอบการพิจารณาเพื่อให้คะแนนก็ได้แก่บุคลิกภาพภายนอก ดังนั้นผู้สมัครจึงควรที่จะแต่งกายให้ดูสุภาพเรียบร้อย ในการรับสมัครงานครั้งนี้ ผู้สมัครบางท่านสวมรองเท้าแตะประดับเพชรจำนวนมาก สวมเสื้อยืดปล่อยชายโดยไม่ใส่ทับเข้าไปในกางเกง จึงอาจทำให้ดูเหมือนแต่งกายไม่เรียบร้อย ในส่วนต่อมาก็คือการแนะนำตัว เล่าประวัติความเป็นมาของตนเองสั้น ๆ และตอบคำถามให้ตรงคำถามตามที่คณะกรรมการถาม หากผู้สมัครท่านใดที่สามารถตอบคำถามได้อย่างราบรื่น แสดงทัศนคติและให้เหตุผลที่ดี มีท่าทีที่สุภาพ ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นมิตร ก็จะได้รับความสนใจจากคณะกรรมการเป็นพิเศษ ในทางตรงกันข้าม ผู้สมัครที่ตอบคำถามอ้อมค้อมไปมาหรือใช้เวลานานกว่าจะให้คำตอบได้ มีการใช้ภาษาที่ไม่เป็นทางการ ตอบคำถามในลักษณะที่เหมือนพูดกับเพื่อน ก็มีแนวโน้มที่จะถูกลดคะแนนลง นอกจากนี้ กรรมการอาจจะมีคำถามพิเศษอื่น ๆ เช่น คุณรู้จักกับองค์กรที่คุณมาสมัครงานในครั้งนี้มากน้อยแค่ไหน หัวหน้างานคือใคร ปัญหาการทำงานที่เคยเกิดขึ้นในอดีต การรับมือกับสภาวะผิดปกติทางอารมณ์ต่าง ๆ อุปสรรคและข้อจำกัดในการเข้าทำงาน เช่น การเดินทาง ภาระหน้าที่อื่นที่จะต้องรับผิดชอบ รายได้ที่ต้องการ ความยืนยาวในการทำงานตำแหน่งนี้ ดังนั้นผู้สมัครจึงควรเตรียมความพร้อมในการตอบคำถามมาเป็นอย่างดี และควรตอบคำถามทั้งหมดตามความเป็นจริงเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการเข้าทำงานหากคณะกรรมการทราบเรื่องในภายหลังภาพประกอบ : ชั้นสำหรับใส่ยา สุดท้ายนี้ สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนอยากจะฝากทิ้งท้ายถึงผู้ที่กำลังหางานทำทุก ๆ ท่าน อย่างที่เราทราบกันดีว่าการหางานทำในช่วงที่ยังไม่มีการผ่อนปรนมาตรการ Lock down นั้นยังค่อนข้างเป็นไปได้ยาก และอาจมีคู่แข่งเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเราจึงควรศึกษาคุณสมบัติและความต้องการขององค์กรในตำแหน่งงานนั้น ๆ มาเป็นอย่างดีก่อนล่วงหน้า ซึ่งหากสุดท้ายแล้วเราจะไม่ได้เป็นผู้ที่ถูกรับเลือกก็อย่าเพิ่งท้อถอย แต่ให้นำประสบการณ์ที่ได้ไปปรับปรุงตนและฝึกฝนตนเองให้มีความพร้อมในการเข้าทำงานนั้น ๆ ให้ได้มากที่สุด ในครั้งต่อ ๆ ไปค่ะ ภาพประกอบปกบทความจาก freepik ภาพประกอบอื่นถ่ายโดย ผู้เขียน บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง ทริค "สัมภาษณ์งาน" อย่างไร ? ให้ได้งานและผ่านฉลุย