กรณี ดร.วันชัยยิงตัวตาย และ ปรากฏการณ์ Live Impact

 

กรณี ดร.วันชัยยิงตัวตาย และ ปรากฏการณ์ Live Impact

เหตุสลด ที่เกิดขึ้นกับ 3 ด็อกเตอร์ ของมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร ที่ 1 คนเป็นผู้ก่อเหตุสังหาร และอีก 2 คนเสียชีวิต จนต่อมา ผู้ก่อเหตุซึ่งเตรียมใจจะปลิดชีพตัวเอง เขียนจดหมายสั่งลา ก่อนใช้ตัวเองเป็นตัวประกัน แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมญาติมิตรจะร่วมกันเจรจากว่า 6 ชั่วโมงก็ไม่เป็นผล ดร.วันชัยยิงตัวตาย ด้วยการจ่อยิงขมับตนเอง ทว่าสิ่งที่สังคมได้รับผลกระทบ อาจจะกล่าวได้ว่าเป็น  Live Impact คือการได้เสพภาพ เสียง และภาพเคลื่อนไหว ผ่านระบบการถ่ายทอดสดด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของแอพพลิเคชั่น โซเชียลเน็ตเวิร์ค จนทำให้เสมือนหนึ่งว่า มีส่วนร่วมอยู่ในเหตุการณ์

คลิกอ่าน : เจรจาเครียด 4ชม. ดร.วันชัย มือยิง 2 ศพ สุดท้ายลั่นไก

ย้อนกลับไปช่วงเช้าของวันที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา ที่ม.ราชภัฎพระนคร ดูเหมือนจะเป็นเช้าธรรมดาๆ เหมือนทุกวัน ทว่าความสงบและทุกกิจกรรมต่างถูกเสียงปืนที่ดังขึ้นภายในห้องสอบวิทยานิพนธ์ ชั้น 5 อาคารเรียนรวมและศูนย์วัฒนธรรม พุทธวิชชาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน ปลุกให้เกิดความตื่นตระหนกและโกลาหล ก่อนจะพบศพ 2 นักวิชาการ ผศ. ดร.พิชัย ชัยสงคราม ประธานสาขาวิชาบริหารการศึกษาบัณฑิตวิทยาลัย และ ดร. ณัฐพล ชุมวรฐายี ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เสียชีวิตคาที่

โดยภายหลัง จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าผู้ก่อเหตุ คือ ดร.วันชัย ดนัยตโมนุท อาจารย์ประจำวิทยาลัยการฝึกหัดครู สาขาการบริหารการศึกษา หลักสูตรปริญญาโท มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ซึ่งต่อมา ศาลอาญา ได้อนุมัติหมายจับ เลขที่ 949/59 ลงวันที่ 18 พ.ค. 59 ให้จับกุม ดร.วันชัย ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, มีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้, มีและพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

วันที่ 19 พ.ค. หน่วยคอมมานโดสนธิกำลังกองปราบปรามร่วมเจ้าหน้าที่สายตรวจสน.บางซื่อและฝ่ายสืบสวน จากกองบังคับการตำรวจนครบาล2 นำกําลังปิดล้อมตรวจโรงแรมแห่งหนึ่งย่านสะพานควาย ที่มีรายงานว่าดร.วันชัยหนีมาหลบซ่อนตัว โดยผู้ต้องหามีอาการเครียด ใช้ปืนจ่อขมับตัวเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เจรจา พร้อมนำคนสนิทและญาติมาเกลี้ยกล่อม เป็นเวลายาวนานกว่า 6 ชั่วโมง แต่เป็นที่น่าสลดเมื่อดร.วันชัย ก่อเหตุยิงตัวเอง อาการสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ประเด็นสำคัญที่หลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ นอกเหนือจากเหตุการณ์ระทึกสะเทือนขวัญที่จบลงด้วยโศกนาฏกรรมถึง 3 ศพ และเรื่องของรูปคดีแล้ว อีกประการหนึ่งหนีไม่พ้น ภาพและคลิปเหตุการณ์ที่ถูกถ่ายทอดผ่านเทคโนโลยีสุดล้ำสมัย ที่ถ่ายทอดสดผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คด้วยแอพพลิเคชั่นที่มีคนใช้มากที่สุดแอพฯ หนึ่ง อย่าง “เฟซบุค” ผ่าน เฟซบุคไลฟ์ ( Facebook Live) ที่ทำให้สังคม ได้เห็นทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เหมือนร่วมอยู่ในเหตุการณ์จริงแทบจะทุกขณะ จนกระทั่งวินาทีที่เสียงปืนดัง เมื่อการเจรจาไม่เป็นผล และดร.วันชัยตัดสินใจปลิดชีพตัวเอง

ซึ่งในกรณีดังกล่าวนี้ นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น กรมสุขภาพจิต ได้ให้สัมภาษณ์ ทรูไลฟ์ดอทคอม www.truelife.com ผ่านโปรแกรมแชท จาก เคนท์ ประเทศอังกฤษ โดยให้มุมมองในประเด็นวิธีการปฏิบัติของสื่อที่เหมาะสม บนความถูกต้องเชิงจิตวิทยา โดยระบุว่า จากเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้น โดยส่วนตัว มองว่าการถ่ายทอดสถานการณ์แบบออกอากาศสดต่อเนื่องเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งทั้งในแง่จริยธรรมของสื่อและผลกระทบเชิงจิตวิทยา

“เหตุการณ์ลักษณะนี้ สื่ออาจมีส่วนกระตุ้นให้เกิดความเสียหายที่มากขึ้น หรือสถานการณ์เลวร้ายลงได้อย่างง่ายดาย ยกตัวอย่างเช่น การถ่ายทอดสดนั้นอาจติดยุทธวิธีของเจ้าหน้าที่เข้าไปด้วยทำให้เกิดความยากลำบากในการปฏิบัติงาน ผู้ที่ถูกถ่ายทอดอยู่ถ้าเห็นกล้องก็อาจมีความเครียดมากขึ้นที่ตนเองต้องถูกแพร่ภาพออกไปทั่วประเทศ หรือในทางกลับกันอาจกลายเป็นโอกาสที่จะได้แสดงการกระทำรุนแรงบางอย่างเพื่อสื่อออกไปให้สังคมวงกว้างเห็น ยิ่งการถ่ายทอดสดการเจรจาต่อรองบุคคลในภาวะวิกฤต (crisis negotiation) นั้นเป็นเรื่องที่ไม่มีใครทำกันอย่างเด็ดขาดในต่างประเทศ เพราะภาพการถือมีดจ่อตัวประกันหรือถือปืนจ่อตัวเองเป็นภาพแสดงความรุนแรงที่ไม่ควรปรากฏบนจอแบบต่อเนื่อง ถึงแม้ไม่มีความรุนแรงก็ยังคงไม่เหมาะสมอยู่ดี เพราะการเจรจาต่อรองนั้นมักประกอบไปด้วยข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลครอบครัว ข้อมูลของบุคคลที่สามและความเห็นส่วนตัวของทั้งผู้เจรจาและผู้ถูกเจรจา หากถ่ายทอดออกมาสู่สาธารณะแล้วก็ย่อมส่งผลกระทบระยะยาวไปยังทุกคนที่ถูกกล่าวถึง ผมมองว่าการถ่ายทอดสดไม่ได้เกิดผลดีใดๆเลยไม่ว่าการเจรจานั้นจะประสบความสำเร็จหรือไม่ หากเจรจาล้มเหลวก็อาจเกิดการถ่ายทอดสดความรุนแรงไปทั่วประเทศตามที่เกิดขึ้นล่าสุด โดยที่เราไม่สามารถรู้ได้ว่าที่นั่งดูถ่ายทอดสดอยู่นั้นมีเด็กและเยาวชนอยู่จำนวนมากน้อยเพียงใด มีคนที่มีภูมิคุ้มกันความรุนแรงมากแค่ไหน และหากแม้การเจรจานั้นประสบความสำเร็จ บันทึกภาพเหตุการณ์นั้นก็จะยังตามหลอกหลอนเหยื่อของเหตุการณ์จนอาจรู้สึกว่าไม่มีที่ยืนในสังคมได้ สุดท้ายก็เกิดจะผลเสียไม่ว่าทางใดทางหนึ่งอยู่ดี”

ต่อข้อซักถามที่ว่า จากเหตุการณ์ความรุนแรงเช่นนี้ เมื่อถูกถ่ายทอดออกไป จะทำให้คนในสังคม เคยชินกับความรุนแรงเหล่านี้หรือไม่ ในกรณีที่ไม่มีการกลั่นกรองในการรับและส่งสาร นพ.วรตม์ระบุว่า ส่งผลกระทบอย่างแน่นอน ก่อนจะขยายความว่า อาจส่งผลกระทบกับแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนมีภูมิคุ้มกันดี อาจทนรับได้มากหรืออาจหลบเลี่ยงได้ทัน แต่บางคนไม่โชคดีอาจเกิดปัญหาตามมาจากการรับชมความรุนแรงแบบนี้ได้


ผลกระทบหลักๆ แบ่งเป็น 3 ข้อ


(1) ทำให้ผู้รับสื่อรู้สึกว่ามันกลายเป็นความรุนแรงระดับปกติ จากที่เคยมองเรื่องหนึ่งว่ารุนแรงมาก กลับกลายเป็นเริ่มมองว่าก็ค่อยไม่รุนแรงเท่าไหร่ เพราะเห็นบ่อยจนเคยชิน


(2) ทำให้ผู้รับสื่อเรียนรู้วิธีการใช้ความรุนแรงรูปแบบอื่นๆ แต่เดิมจากที่ไม่เคยคิดถึงเรื่องปืนหรือวิธีการจบปัญหาแบบรุนแรง ก็ได้มาเรียนรู้จากการเสพสื่อ


(3) ทำให้ผู้รับสื่อรู้สึกว่าโลกนี้เต็มไปด้วยความโหดร้าย มองโลกในแง่ลบ ซึ่งกระตุ้นให้เกิดความซึมเศร้าหรือความวิตกกังวลในอนาคต

“นอกจากนี้เด็กและเยาวชนบางคนอาจเห็นว่า การกระทำดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมหาศาล คนดูถ่ายทอดเป็นแสนๆ อาจก่อให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ โดยที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ได้ครับ ต้องอย่าลืมว่าสังคมไทยยังปล่อยให้ลูกนั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์หน้าจอคอมโดยผู้ปกครองไม่ได้ตามควบคุมตลอด”

อย่างไรก็ตาม จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นรายนี้ ได้ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจ โดยฝากข้อแนะนำว่า หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ควรงดการถ่ายทอดสดอย่างเด็ดขาด ควรใช้การตัดเป็นข่าวสั้นๆเหมือนแบบเดิมที่เคยใช้กันมานาน และรายงานเป็นช่วงๆแทน เพื่อสื่อต่างๆ จะได้มีเวลากรองหรือ เซ็นเซอร์สารที่ไม่เหมาะสมก่อนถึงสายตาผู้รับชมทางบ้าน ควรระมัดระวังอย่างยิ่งที่จะไม่ถ่ายภาพหน้าหรือข้อความเสียงที่อาจเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนบุคคลในเหตุการณ์ณ์หรือบุคคลที่สาม และหากมีการถ่ายทอดความรุนแรงนั้น ควรมีการบรรยายกำกับเพื่อให้ความรู้และเตือนให้ผู้รับชมตระหนักถึงความรุนแรงนั้นๆ อาจเชิญนักวิชาการมาให้ความแก่รู้ประชาชนประกอบด้วย

“ผมเข้าใจว่าในปัจจุบันมีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูงในแวดวงสื่อ ยิ่งในยุคที่มีสื่อออนไลน์รูปแบบต่างๆเข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญแล้ว สื่อต่างๆจึง พยายามจะนำเสนอข้อมูลข่าวสารต่างๆออกไปให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งบางทีก็อาจเร็วเกินไปจนลืมกลั่นกรองเรื่องผลกระทบที่สารนั้นจะส่งผลต่อสังคมไทย นอกจากจรรยาบรรณของสื่อที่ต้องยึดถือแล้ว สื่อยุคใหม่อาจต้องหันมาพูดคุยกันเรื่องจรรยาบรรณในการใช้สื่ออนไลน์ด้วย สื่อด้วยกันอาจต้องกลับมามองตัวเองว่าเรากระหายข่าวเกินไปจนลืมอะไรบางอย่างไปหรือเปล่า สำหรับประชาชนทั่วไปที่รับชมทางบ้าน เราต้องเป็นหูเป็นตาเมื่อสื่ออาจเผลอเรอทำในสิ่งที่ไม่เหมาะไม่ควร ก็ควรช่วยกันเตือนๆให้สังคมของเราน่าอยู่ขึ้น สื่อเองก็มีความยากลำบากในการปรับตัวเข้ากับยุคดิจิตอลเช่นเดียวกัน เราก็ควรช่วยเตือนกันเหมือนเพื่อนเตือนเพื่อน นอกจากนี้ยังต้องเตือนตัวเองและเตือนคนในครอบครัวถ้าได้รับชมความรุนแรงนั้นโดยบังเอิญ ถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็หลีกเลี่ยงครับ” นพ.วรตม์สรุป

 

boy-01

 

(คลิป) มุมมองเรื่อง ถ่ายทอดสด ผ่าน Facebook Live จาก บอย โกสิยพงษ์

 

Tags: ดร.วันชัยยิงตัวตาย ดร.ยิง ยิงดร. ฆ่าดร. มรภ.พระนคร ม.ราชภฎพระนคร